รมว.กต. เชิญทูตต่างชาติประจำประเทศไทย ฟังคำชี้แจงสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ย้ำจำเป็นต้องตอบโต้ อย่างผู้ดี เพื่อแก้ข้อกล่าวหาจากกัมพูชา ยืนยันพร้อมหน้าเส้นทางสันติภาพ และผลประโยชน์ร่วมกัน พร้อมแจงไทยหนุนสันติภาพภายในเมียนมา แนะปลดปล่อยนักโทษการเมือง เชื่ออาเซียนจับตาดูอยู่
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เชิญ คณะทูตานุทูตต่างประเทศ รับฟังบรรยายสรุป ผลการเยือนกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และ ขึ้นกล่าวถ้อยแถลง ในการเข้าร่วมการประชุมระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงประเด็นสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาและสถานการณ์ ในเมียนมา
โดยย้ำว่าไทยต้องการเดินหน้าความสัมพันธ์ กับกัมพูชา ร่วมกันสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้ประชาชนทั้งสองประเทศเห็นด้วยว่าจะเดินหน้าแนวทางนี้ร่วมกัน แต่ยอมรับว่าผิดหวัง เมื่อกัมพูชาแสดงท่าทีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การพูดบนเวทีนานาชาติ ของนายกรัฐมนตรี รวมทั้งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา มักจะต่างจากที่แสดงออก กับประเทศไทย กล่าวหาว่าไทยยึดครองที่ดิน หรือไม่พร้อมจะเจรจา ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งตรงกันข้ามกับความเป็นจริง การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่กำลังทำให้ถอยหลัง
ไม่ต่างจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา ที่เคยหารือกันว่าจะร่วมสร้างสันติภาพระหว่างกันได้อย่างไร แต่เมื่อไปพูดบนเวทีนานาชาติ กับพูดกันไปคนละทาง กับที่หารือกัน
ดังนั้นเมื่อกัมพูชาพูดแบบนี้ ทำให้ตนเองก็ต้องมีการเปลี่ยนถ้อยแถลง หลายครั้งบนเวทีนานาชาติ แม้จะไม่อยากตอบโต้แต่ก็ต้องตอบโต้อย่างผู้ดี ไม่กล่าวหาอะไรที่ไม่ถูกต้อง
วันนี้ได้ย้ำกับคณะทูตานุทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยว่าฝ่ายไทย ต้องการเดินไปข้างหน้าเพื่อให้เกิดผลในความคืบหน้าด้านความสัมพันธ์ แต่ไทยไม่สามารถทำเพียงฝ่ายเดียวได้ หากกัมพูชาไม่ร่วมมือ เพราะที่ผ่านมากัมพูชาพูดอย่างหนึ่งทำอีกอย่างหนึ่งให้ข่าวอีกอย่างหนึ่ง จึงไม่เข้าใจเจตนาว่ากัมพูชาต้องการอะไร
อาจจะเป็นเพราะต้องการสร้างแรงกดดันกับไทยต่อประชาคมโลก แต่สังเกตเห็นได้ชัดเจนว่าประชาคมโลกก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรกลับมา เพราะประชาคมโลกต้องการให้ไทยและกัมพูชาเจรจากันเองจะไม่เข้ามายุ่ง จึงไม่จำเป็นต้องเอาแรงกดดันจากภายนอกเข้ามากดดันไทย
ส่วนท่าที หลังจากนี้ต้องให้กัมพูชาเป็นผู้เลือกว่าจะเดินในเส้นทางไหน จะไปในเส้นทางสันติภาพ หรือจะเดินในเส้นทางของความขัดแย้งที่จะหมายถึงความสูญเสีย ซึ่งฝ่ายไทยเองก็ไม่ได้กลัวที่จะไปเส้นทางนี้ เพราะเป็นการปกป้องอธิปไตย แต่ถ้าหากว่าเรื่องเส้นทางที่เป็นประโยชน์กับสองฝ่าย ก็จะไม่เกิดสูญเสียแต่เส้นทางนี้ไทยจะไปเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้