สุดทน! เพื่อนบ้าน เลี้ยงหมานับสิบ ปล่อยกัดไปทั่ว ไร้ความรับผิดชอบ

สุดทน! เพื่อนบ้าน เลี้ยงหมานับสิบ ปล่อยกัดไปทั่ว ไร้ความรับผิดชอบ

View icon 57
วันที่ 28 ก.พ. 2569 | 12.49 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สุดทน! เจ้ากรรมนายเวรมาในรูปแบบ "เพื่อนบ้าน" เลี้ยงหมานับสิบปล่อยเพ่นพ่าน กัดชาวบ้าน-ไรเดอร์พังยับ ร้องเขตกลับได้คำตอบ "ต้องรอให้โดนกัดก่อน"

28 ก.พ. 69 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ผู้เสียหายประกอบด้วย นางวิมลรัตน์ อายุ 56 ปี และ น.ส.ชลลดา อายุ 32 ปี เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ และ นายจิรัฏฐพัชร์ สิงห์ดวง ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังสุดทนกับพฤติกรรมเพื่อนบ้านที่เลี้ยงสุนัขจำนวนมากแต่ปล่อยปละละเลย จนสร้างความเดือดร้อนไปทั่วซอย

นายเอกภพ ระบุว่า เคสนี้เป็นความทุกข์ใจอย่างมากของปัญหาเพื่อนบ้าน ถึงขนาดที่นิยามได้ว่า "เจ้ากรรมนายเวรมาในรูปแบบเพื่อนบ้าน" โดยคู่กรณีมีการเลี้ยงสุนัขจำนวนมาก ทั้งที่เก็บมาเลี้ยงและออกลูกออกหลานเองจนมีนับ 10 ตัว แต่กลับไม่มีรั้วรอบขอบชิด ปล่อยให้สุนัขออกมานอนบนถนนสาธารณะและหน้าบ้านคนอื่น จนไปไล่กัดคนส่งอาหาร ไปรษณีย์ และลามไปถึงกัดรถยนต์ของเพื่อนบ้านจนพังเสียหาย พอไปเจรจากลับถูกด่าทอกลับมา แถมเมื่อแจ้งเจ้าหน้าที่เขตลาดพร้าวไปแล้ว เรื่องกลับไม่คืบหน้า วันนี้จึงต้องเข้ามาให้ทางเพจช่วยหาทางออก

นางวิมลรัตน์ (ผู้เสียหาย) เล่าด้วยความอัดอั้นว่า บ้านคู่กรณีเป็นเครือญาติกัน ที่ตนไม่อยากนับญาติ โดยเขาเริ่มเลี้ยงสุนัขจากตัวแรกคือสุนัขพันธุ์พิตบูลเพียงตัวเดียว ก่อนจะรับมาเลี้ยงและแพร่พันธุ์จนคุมไม่อยู่ จนปัจจุบันมีมากกว่า 10 ตัว แต่ไม่มีการล้อมรั้วหรือกักขังอย่างเหมาะสม ทำให้สุนัขออกมานอนบนถนนสาธารณะ คุ้ยขยะหน้าบ้านชาวบ้าน วิ่งไล่กัดคนในซอย รวมถึงไรเดอร์และพนักงานส่งของ

โดยมีกรณีไรเดอร์และพนักงานร้านสะดวกซื้อถูกสุนัขกัด และเข้าแจ้งความแล้ว แต่เจ้าของสุนัขไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบ และสุนัขเคยมากัดรถตนจนเสียหาย เมื่อไปถามหาความรับผิดชอบ เจ้าของหมากลับตอบเพียงว่า "ไม่มีเงิน ไม่มีงานทำ"

ทุกวันนี้ใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง แค่เดินถือไม้ป้องกันตัวเพราะกลัวหมาจะเข้ามากัด กลับถูกเจ้าของหมาออกมาด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย อ้างว่าถ้าถือไม้จะทำให้หมาดุและหมาจะกัด ที่ผ่านมาเคยแจ้งเขตไปแล้วถึง 2 ครั้ง เจ้าหน้าที่สั่งให้ใส่ตะกร้อปากหมาแต่เขาก็ไม่ทำ ล่าสุดไปตามเรื่องที่เขต กลับได้รับคำตอบที่น่าตกใจว่า ต้องรอให้มีแผลหรือโดนหมากัดก่อนถึงจะดำเนินการได้แจ้งความได้ จนเราคุยประชดกับลูกว่า สงสัยแม่ต้องสละขาให้หมากัดก่อนใช่ไหมถึงจะมีคนมาช่วย

ตนต้องการเพียงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการอย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป ไม่ต้องใช้ชีวิตหวาดระแวงแบบนี้

ด้าน น.ส.ชลลดา เปิดเผยว่า ปัจจุบันตนไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้เลย เวลากลับบ้านต้องให้คนในครอบครัวออกมารับทุกครั้ง จะออกไปไหนก็ต้องมีคนไปด้วย ไม่สามารถเดินเข้า–ออกซอยคนเดียวได้ เพราะหวาดกลัวสุนัขกลุ่มดังกล่าว

ที่ผ่านมาเคยสอบถามเพื่อนบ้านในซอย ว่า ได้รับความเดือดร้อนหรือไม่ และขอรายชื่อเพื่อรวบรวมยื่นต่อสำนักงานเขตให้เข้ามาช่วยแก้ไข ซึ่งเพื่อนบ้านยืนยันว่าได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน เพราะสุนัขมาถ่ายอุจจาระหน้าบ้านทุกวัน คุ้ยขยะ และสร้างความสกปรก แต่เมื่อรวบรวมข้อมูลไปยื่นที่เขตแล้ว เรื่องก็ยังไม่คืบหน้า

นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับสุนัขติดต่อกลับมาสอบถามว่า สุนัขมีเจ้าของหรือไม่ และขอคลิปกับภาพผู้ที่ถูกกัด ตนก็ส่งข้อมูลให้ครบถ้วน เบื้องต้นมีการแจ้งว่าอาจเข้ามาลงพื้นที่ร่วมกับคณะกรรมการ และพิจารณาจับสุนัขที่มีพฤติกรรมดุร้ายออกจากพื้นที่ แต่ภายหลังกลับแจ้งว่าไม่สามารถจับได้ เนื่องจากสุนัขมีเจ้าของ

น.ส.ชลลดา ยังระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้แจ้งเรื่องผ่านแอปพลิเคชัน “ทราฟฟี่ ฟองดูว์” 2–3 ครั้ง ทั้งตนและคนในครอบครัวสลับกันแจ้ง รอบแรกเจ้าหน้าที่เข้ามาและแนะนำให้เจ้าของสุนัขใส่ตะกร้อครอบปาก แต่ไม่มีการดำเนินการใด ๆ รอบที่สอง เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อีกครั้ง และแจ้งว่ามีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของสุนัข ก่อนจะยุติเรื่องไป ส่วนรอบล่าสุด เจ้าหน้าที่แจ้งว่ากำลังศึกษาแนวทางดำเนินการ แต่สุดท้ายมีการถ่ายภาพร่วมกับเจ้าของสุนัขและปิดเคส โดยที่ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข

แม้ในวันที่เจ้าหน้าที่เขตลงพื้นที่ สุนัขยังวิ่งเข้าใส่จนเจ้าหน้าที่เอง ยอมรับว่ากลัวจะถูกกัด ทำให้ตนตั้งคำถามว่า หากแม้แต่เจ้าหน้าที่ยังรู้สึกหวาดกลัว แล้วประชาชนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ทุกวันจะไม่กลัวได้อย่างไร

ล่าสุด เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะลงพื้นที่อีกครั้งในวันที่ 2 มี.ค. แต่ไม่ได้ระบุเวลาแน่ชัด เมื่อสอบถามรายละเอียดและอธิบาย ก็ไม่ได้รับคำตอบเพิ่มเติม ทำให้ไม่มั่นใจว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร และปัญหาจะได้รับการแก้ไขจริงหรือไม่

ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เปิดเผยว่า หลังรับฟังเรื่องราวแล้วเข้าใจความทุกข์ของผู้เสียหายเป็นอย่างมาก เห็นได้จากเอกสารหลักฐานที่รวบรวมไว้จำนวนมาก พร้อมฝากถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยงว่า สุนัขหรือแมวอาจน่ารักสำหรับเจ้าของ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะน่ารักสำหรับทุกคน เพราะแม้สัตว์จะไม่กัดเจ้าของ แต่กับเพื่อนบ้าน บุรุษไปรษณีย์ หรือไรเดอร์ส่งของ กลับมีพฤติกรรมไล่กัดตามที่ปรากฏในคลิปซึ่งถือเป็นหลักฐานชัดเจน

นายเอกภพ ระบุว่า หากจะเลี้ยงสัตว์ต้องสามารถดูแลและควบคุมได้ หากปล่อยให้ไปกัดผู้อื่น เจ้าของต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย และอาจมีความผิดตามกฎหมาย พร้อมฝากถึงผู้กำกับการ สน.โชคชัย ให้ดำเนินคดีตามขั้นตอน เนื่องจากผู้เสียหายได้แจ้งความไว้แล้ว การเลี้ยงสัตว์แล้วปล่อยให้ทำร้ายผู้อื่นถือเป็นความผิดที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องไปยังผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว ให้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง หลังมีการร้องเรียนผ่านระบบ “ทราฟฟี่ ฟองดูว์” ถึงผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รวม 3 ครั้ง โดยครั้งแรกเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ถ่ายภาพและแนะนำให้ใส่ตะกร้อครอบปากสุนัขก่อนปิดเคส ครั้งที่สองแจ้งอีกก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข และครั้งที่สามแจ้งเพิ่มเติมกลับได้รับคำตอบว่าจะขอศึกษาข้อมูลก่อน ซึ่งเห็นว่าไม่ควรล่าช้า เพราะกรุงเทพมหานครมีหน่วยงานและกระบวนการดูแลเรื่องนี้โดยตรงอยู่แล้ว

ทั้งนี้ นายเอกภพ เสนอแนวทางว่า เจ้าของควรจัดทำคอกหรือกรงกักสุนัขให้อยู่ในพื้นที่จำกัด ไม่ควรปล่อยเพ่นพ่านหรือขับถ่ายเรี่ยราดบนถนน และหากเป็นสุนัขที่มีพฤติกรรมดุร้ายยิ่งต้องควบคุมอย่างเข้มงวด มิฉะนั้นต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยระบุว่า แม้แต่ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่เขตลงพื้นที่ สุนัขยังมีพฤติกรรมจะวิ่งเข้าใส่ จึงเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมยืนยันว่าจะประสานผู้กำกับการ สน.โชคชัย และผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง