รวบ 2 หนุ่มอินเดีย หลอกสาวร่วมชาติ บังคับค้าประเวณีริมหาดพัทยา

รวบ 2 หนุ่มอินเดีย หลอกสาวร่วมชาติ บังคับค้าประเวณีริมหาดพัทยา

View icon 60
วันที่ 28 ก.พ. 2569 | 14.10 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
28 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วย พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา นำกำลังชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา บุกจับสองพ่อเล้าชาวอินเดีย หลอกสาวเพื่อนร่วมชาติทำงานร้านอาหารในเมืองพัทยา แต่พอมาถึงกลับถูกจับแก้ผ้าเปลือยกายถ่ายรูปแบล็กเมล์  ก่อนข่มขู่บังคับให้ยืนค้าประเวณี ริมชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา ร.ต.ท.เกรียงไกร แก้วพิภพ รอง สว.(สอบสวน) รับแจ้งความจากผู้เสียหายหญิงชาวอินเดีย 3 คน ให้การว่าถูกผู้ต้องหาติดต่อผ่าน อินสตาแกรม ชักชวนมาทำงานร้านอาหารในประเทศไทย เสนอค่าตอบแทนสูงและออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ทั้งหมด

เมื่อเดินทางถึงพัทยา กลับถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มเติม ถูกยึดหนังสือเดินทาง และลบช่องทางการติดต่อ ก่อนถูกกักให้อยู่ภายในห้องพัก ห้ามติดต่อบุคคลภายนอก จากนั้นถูกบังคับให้ออกไปค้าประเวณีบริเวณชายหาดพัทยาทุกวัน หากไม่ยินยอมจะถูกข่มขู่ อดอาหาร และถ่ายภาพลักษณะล่อแหลมไว้ใช้แบล็กเมล์ พร้อมข่มขู่ว่าจะส่งภาพให้ครอบครัว รวมถึงทำร้ายคนใกล้ชิดหากพยายามหลบหนี

ต่อมา ผู้เสียหายอาศัยจังหวะขอใช้หนังสือเดินทาง โดยอ้างว่าจะนำไปเปิดห้องพักกับลูกค้า ก่อนหลบหนีและขอความช่วยเหลือจากร้านอาหารอินเดียในพื้นที่ กระทั่งถูกพามาแจ้งความดำเนินคดี

พนักงานสอบสวนได้ประสาน สำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี เพื่อคัดแยกเหยื่อ ซึ่งมีความเห็นว่าคดีดังกล่าวเข้าข่ายการค้ามนุษย์ และรับตัวผู้เสียหายเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองตามกฎหมาย

ภายหลังชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งทราบตัวผู้ต้องหา 2 คน คือนายบราห์มานันดา อายุ 25 ปี และนายจัสติน อายุ 32 ปี ชาวอินเดีย ได้ที่ห้องพักในพื้นที่เมืองพัทยา พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์ มือถือ 3 เครื่อง แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก ก่อนควบคุมตัวมาพบพนักงานสอบสวน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันค้ามนุษย์ ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น ร่วมกันข่มขู่ให้เกิดความกลัว ร่วมกันทำลายหรือเอาไปเสียเอกสารของผู้อื่น ร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณี และความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน

เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเป็นเพียงลูกค้าที่มาใช้บริการเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีพยานหลักฐานทั้งบุคคลและวัตถุพยานเชื่อมโยงชัดเจน และจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง