เสียโฉม ! อินฟลูเอนเซอร์สาวชื่อดัง ร้องสายไหมต้องรอด ถูกโรงพยาบาลศัลยกรรมชื่อดังทำจมูกเน่า เรียกร้องออกมารับผิดชอบ
วันนี้ ( 28 ก.พ.69 ) อินฟลูเอนเซอร์สาวชื่อดัง เข้าร้องกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังเข้าไปทำศัลยกรรมจมูกที่โรงพยาบาลศัลยกรรมชื่อดัง แต่ผ่านไปเพียง 1 เดือน พบว่า เกิดการติดเชื้อที่จมูก จนเห็นกระดูกด้านใน และเกิดการเน่าจนเริ่มกินเนื้อจมูก จนไม่สามารถทำงาน หรือใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
ผู้เสียหายเล่าว่า ตนรู้จักกับโรงพยาบาลนี้เพราะมีชื่อเสียงมานาน มีดารา คนดัง ไปทำศัลยกรรมจำนวนมาก อีกทั้งหมอผู้ทำการรักษา ก็เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ทำให้เกิดความมั่นใจ และก่อนหน้านี้ตนเคยทำศัลยกรรมจมูกมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ไม่พอใจผลลัพธ์ เพราะเกิดเนื้อพับบริเวณปลายจมูกจึงอยากแก้ จึงตัดสินใจเข้าปรึกษาหมอที่โรงพยาบาลดังกล่าว โดยหมอประเมินว่าสามารถแก้ไขได้ ใช้เงินประมาณ 400,000 บาท และต้องทำ 2 ครั้ง ครั้งแรกเพื่อแก้ไขโครงสร้างที่เสียหาย และครั้งที่ 2 เพื่อปรับทรง หากเกิดอาการเบี้ยวหรือเอียง จึงจะถือว่าเสร็จสมบูรณ์ ผู้เสียหายยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยไปปรึกษาคลินิกแห่งอื่น ซึ่งเสนอค่าแก้ไขสูงถึง 750,000 บาท แต่เมื่อแพทย์ที่โรงพยาบาลนี้ ยืนยันว่าแก้ไขได้ในราคาที่ต่ำกว่า จึงตัดสินใจเข้ารับการรักษาทันที
หลังผ่าตัดได้เพียง 1 เดือน จมูกกลับเริ่มมีอาการผิดปกติ เกิดเนื้อตายที่ปลายจมูก และลุกลามเข้าไปถึงแกนจมูกจนเห็นกระดูกด้านใน แต่ทางโรงพยาบาลชี้แจงว่าอยู่ระหว่างกระบวนการรักษา และให้รอดูอาการ แต่เวลาผ่านไป 6 เดือน อาการก็ไม่ดีขึ้น แผลยังคงลุกลาม และปากแผลยังไม่ปิด จึงติดต่อไปยังโรงพยาบาลอีกครั้ง แต่ได้รับคำแนะนำให้เข้ารับการรักษาในขั้นตอนที่ 2 ตามแผนเดิม ซึ่งตนไม่มั่นใจและไม่อยากเสี่ยงอีก เนื่องจากการรักษาครั้งแรกยังไม่หาย
จึงได้พูดคุยกับ รพ.ว่าต้องการขอเงินคืน 400,000 บาท เพราะจะเอาเงินไปรักษาที่อื่น ครั้งแรก รพ.จะให้แค่ 20,000 บาท แต่ตนไม่รับ จึงมีการพูดคุยกันเรื่อยมา จนรพ.จะคืนให้ 100,000 บาท แต่ตนมองว่าการจะแก้จมูกมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ 100,000 บาทไม่พอกับการแก้จมูกในครั้งถัดไป และทาง รพ.ไม่เคยขอโทษ
จึงโพสต์เรื่องราวในกลุ่มเฟซบุ๊ก ได้มีผู้เสียหายรายอื่นติดต่อมา บางคนระบุว่ามีปัญหารูจมูกตีบ หายใจลำบาก แต่ไม่กล้าต่อสู้เพราะกลัว ตอนนี้แผลที่จมูกทำให้ตนใช้ชีวิตยากขึ้น ซึ่งตนมีอาชีพเป็นอินฟลูเอนเซอร์ รีวิวสินค้า ไม่กล้าจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายหน้าตัวเอง จากที่เคยมีรายได้เดือนละ 20,000 บาท ตอนนี้ไม่มีรายได้ และยังมีอาการหายใจไม่สะดวก ติดขัด มีเสียงฟึดฟัดตลอดเวลา ตอนนี้ตนแพนิกมากเวลาที่จะต้องพูดถึงเรื่องนี้ จึงอยากเตือนเป็นอุทาหรณ์ว่า ถ้าจมูกไม่ได้แย่หนักอย่าไปทำอะไรเยอะ เพราะถ้าพังขึ้นมาจะรักษายากและนานมาก และถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็จะไม่รักษาจนเป็นแบบนี้ และในตอนนี้จมูกผ่านมา 7 เดือนแล้ว ตนมีการทายารักษาแผลตลอดจนแผลเริ่มปิด แต่เวลาจะออกไปไหนก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอด
ด้านนายเอกภพ เผยว่า เคสนี้ต้องประสานสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อตรวจสอบ พร้อมฝากถึงโรงพยาบาล ให้พิจารณาในมุมของผู้เสียหายด้วย โดยยกตัวอย่างว่า เหมือนการนำรถไปซ่อมหลังเกิดอุบัติเหตุ จ่ายเงินไป 400,000 บาท ร้านรับปากว่าจะซ่อมให้กลับมาดีเหมือนเดิม แต่สุดท้ายไม่สามารถทำได้ ก็ควรคืนเงินค่าซ่อม ไม่อยากให้มองแค่ในมุมโรงพยาบาล อยากให้มองในมุมของผู้เสียหายด้วย