ผิดที่ไว้ใจ ชายแปลกหน้าขโมยทรัพย์สิน

View icon 12
วันที่ 1 มี.ค. 2569 | 16.38 น.
เจาะประเด็นข่าว 7HD
แชร์
เจาะประเด็นข่าว 7HD - ใครจะคิดว่า "ความใจบุญ" จะทำให้สูญทรัพย์ พนักงานปั๊มน้ำมัน ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ช่วยเหลือพาชายแปลกหน้า มาพักค้างแรมด้วย 1 คืน สุดท้ายถูกขโมยรถมอเตอร์ไซค์ และ โทรศัพท์มือถือ ที่ซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรง

ภาพจากกล้องวงจรปิดของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บันทึกภาพชายรูปร่างสูงใหญ่ ค่อย ๆ เข็นรถมอเตอร์ไซค์คันนี้ ออกมาจากพื้นที่หอพักพนักงาน ก่อนจะทำการขี่รถหลบหนี 

ผู้เสียหาย โพสต์คลิปนี้ลงเฟซบุ๊ก พร้อมกับข้อความ "ขอพื้นที่ประกาศตามหารถครับ รถมอเตอร์ไซค์หายช่วงตี 2 คนร้ายมาในรูปแบบช่วยเหลือ ใครพบเห็น หรือรู้จัก ช่วยแจ้งเบาะแสได้เลยครับ"

นายจำปา บุษยวงศ์ อายุ 42 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า ผมทำงานเป็นพนักงานปั๊มน้ำมัน เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังเลิกงานได้ไปพบเจอเพื่อนที่ตลาดแกรนด์อยุธยา กระทั่งขากลับรถมอเตอร์ไซค์เกิดยางรั่ว จึงเดินเข็นรถคู่ใจไปหาร้านปะยาง ระหว่างทางเจอกับพลเมืองดี เป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี  เขาเข้ามาสอบถามแล้วก็ช่วยผมเข็นรถมอเตอร์ไซค์ ไปที่ร้านปะยางใกล้ ๆ

ระหว่างที่นั่งรอช่างซ่อม พลเมืองดีก็ เล่าให้ผมฟัง ว่าเขาทะเลาะกับเมีย และถูกไล่ออกมาจากห้อง ตอนนี้ไม่รู้จะไปไหน ด้วยความสงสาร และอยากตอบแทนน้ำใจ ผมจึงให้ชายแปลกหน้า กลับมาค้างแรมด้วยที่ห้องพักพนักงาน หาข้าวหาปลาให้กิน แต่พอตื่นเช้ามาถึงรู้ว่ารถมอเตอร์ไซค์ และโทรศัพท์มือถือถูกขโมยไปแล้ว

สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ ที่คนร้ายขโมยไป มีสีน้ำเงินทะเบียน 1 กฒ 6699 พระนครศรีอยุธยา ที่ด้านข้างติกสติกเกอร์ "อู่ช่างท็อป" ซึ่งผู้เสียหายได้นำคลิปวงจรปิด ไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.บางปะอินแล้ว เพราะเป็นทรัพย์สินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง ผู้เสียหาย เล่าด้วยเสียงที่สั่นเครือ และ น้ำตารื้นผมตั้งใจจะตอบแทนน้ำใจ ไม่คาดคิดว่าพลเมืองดีจะกลายร่างเป็นโจร

หลังเกิดเหตุ ได้ให้เพื่อนร่วมปั๊นน้ำมัน โทรศัพท์ไปที่เบอร์ซึ่งถูกขโมย ชายคนดังกล่าวรับสายด้วยนะ เพื่อนบอกให้เอามือถือมาคืน ตอนนี้แจ้งความไว้แล้ว อีกฝ่ายตอบ "ยืมมาใช้" เดี๋ยวเอากลับมาคืนให้ แต่รอมาหลายชั่วโมงแล้ว ก็ไร้เงา แถมปิดเครื่องหนีอีก ทำให้เสียความรู้สึกมาก

โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกในชีวิต รถมอเตอร์ไซค์ก็คันแรก ตั้งใจทำงานหาเงินมาตลอด แล้วต้องมาเจอแบบนี้

ผู้เสียหาย จึงเตือนทุกคนที่ดูข่าวนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ "อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง"

ทั้งนี้หากผู้ก่อเหตุนำทรัพย์สินมาคืน ผู้เสียหายยังเป็นพ่อพระ ยินดีไม่เอาความ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง