สนามข่าว 7 สี - การปะทะกันของอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ก็มีนักวิชาการเตือนรัฐบาลไทย ต้องเร่งนำคนไทยทั้งในอิหร่านและอิสราเอลกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด หลังหวั่นพ้นช่วงไว้อาลัยผู้นำสูงสุดของอิหร่านฯ แล้ว สถานการณ์สู้รบจะยิ่งหนักหน่วงมากขึ้น
คำเตือนนี้ทาง นายประเสริฐ สุขศาสน์กวิน ผู้อำนวยการศูนย์อิหร่านศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม มองว่า สถานการณ์สู้รบระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา จะยกระดับเพิ่มขึ้น หลังเสร็จสิ้นพิธิไว้อาลัย ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และผู้บัญชาการระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ซึ่งจะไม่เกิน 3-7 วันนี้ เพราะอิหร่านมีความพร้อมทั้งด้านขีปนาวุธในมือ การมีกลุ่มพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุน และการสงครามเชิงเศรษฐกิจ หากมีการปิดช่องแคบฮฮร์มุซ
สอดคล้องกับ อาจารย์มาโนชญ์ อารีย์ ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มองว่า ขณะนี้สงครามก้าวสู่ในระดับภูมิภาคแล้ว และอาจมีทะลักออกนอกภูมิภาคได้ด้วย แต่จะยังไม่ยกระดับเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 เนื่องจากต้องรอดูความพยายามเปลี่ยนแปลงระบอบอิหร่าน ที่สหรัฐฯ ต้องการซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นการสู้รบจึงมีโอกาสยืดเยื้อต่ออีกระยะหนึ่ง
ทาง นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย และ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ก็มองสงครามสหรัฐฯ อิหร่าน สร้างความปั่นป่วนต่อเศรษฐกิจโลก กดดันราคาพลังงานพุ่งแรง หากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซและกลุ่มโอเปคพลัส ไม่เพิ่มกำลังการผลิตในเดือนเมษายนนี้ มีโอกาสที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกระยะสั้นโดยเฉพาะน้ำมันดิบเบรนท์ขึ้นไปแตะระดับ 80-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ ถ้าสงครามรุนแรงเกิน 2 สัปดาห์ราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มีผลทำให้อัตราเงินเฟ้อของโลกปรับขึ้นไปอีกอย่างน้อย 0.5-0.6 % จึงอยากเตือนรัฐบาล อย่ามัวแต่แย่งเก้าอี้รัฐมนตรี แต่ควรเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบจากสงคราม และแรงกระแทกเศรษฐกิจโลกที่กำลังจะเกิดขึ้น