วันโรคอ้วนโลก ชวนพ่อแม่และครูใช้สื่อชุด “จับโป๊ะโฆษณาอาหาร” สอนเด็กรู้ทันกลยุทธ์การตลาดอาหารเปิดตัวเพลง “หนูไม่อยากอ้วน!” ปลูกฝังเด็กรักสุขภาพรู้ทันป้องกันอ้วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการเด็กไทยรู้ทันโฆษณาและการตลาดอาหาร ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประกาศบิ๊กแคมเปญรับ “วันโรคอ้วนโลก” 4 มี.ค. ของทุกปี เปิดตัวมิวสิกวิดีโอ “หนูไม่อยากอ้วน” พร้อมซีรีส์คลิป “จับโป๊ะโฆษณาอาหาร” กว่า 500 คลิป หวังติดอาวุธให้เด็กและเยาวชน และช่วยให้พ่อแม่มีสื่อสอนลูกรู้ทันเทคนิคการตลาดดิจิทัลที่รุกหนักในหน้าจอมือถือตลอด 24 ชั่วโมง
ดร.ศุกร์สิริ อิสรชาญวาณิชย์ หัวหน้าโครงการฯ เผยว่า ในยุคที่สื่อโฆษณาและการตลาดล้อมรอบตัวเด็ก และเข้าถึงได้ทางหน้าจอมือถือตลอดเวลา ลำพังแค่การสอนเด็กว่าให้กินอาหารครบห้าหมู่และออกกำลังกายจะได้ไม่เป็นโรคอ้วนนั้นย่อมไม่พอ ต้องสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญาให้เด็กรู้เท่าทันสื่อโฆษณาและการตลาด โดยอย่างน้อยต้องสอนให้พวกเขารู้ว่าสื่อแบบใดเป็นสื่อโฆษณาที่มีเจตนาขาย
ซึ่งต้องอาศัยบทบาทของพ่อแม่และครูในการชี้แนะให้เด็กรู้จักเทคนิคโฆษณาและการตลาดอาหารที่พบบ่อย อย่างน้อย 10 เทคนิค ที่พ่อแม่ต้องรู้ เพื่อสอนลูก “จับโป๊ะ” การตลาด ได้แก่ 1.เทคนิคการใช้ตัวการ์ตูนและของเล่นสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับสินค้า 2. เทคนิคตกแต่งตัดต่อภาพสวยน่ารับประทานเกินจริง 3. เทคนิคใช้คนดัง ดารา นักร้องที่เด็กชอบมาสร้างความเชื่อมั่น 4. เทคนิคโปรโมชันเร่งด่วนเพื่อให้ตัดสินใจซื้อทันทีโดยไม่คิด 5. เทคนิคโฆษณาแฝงแทรกสินค้าเนียนๆ ในเกมหรือคลิปสนุกๆ ที่เด็กดูบ่อย ๆ 6. เทคนิคเป็นสปอนเซอร์แจกสินค้าชิมฟรีให้ติดใจในกิจกรรมต่าง ๆ 7 . เทคนิคการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ดึงดูดใจ 8. เทคนิคการอ้างประโยชน์ด้านสุขภาพ เช่น “มีวิตามิน” ดีต่อสุขภาพ” เป็นต้น และ 9. เทคนิคการใช้ภาพ เสียง ข้อความ สร้างแรงบันดาลใจเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์กับความสุข และ 10.เทคนิคแนะนำสินค้าด้วยอินฟลูเอนเซอร์ที่ทำให้ไม่รู้สึกว่ากำลังขาย
ทั้งนี้ ผลการศึกษาของสถาบันวิจัยประชากร มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า โรคอ้วนแซงหน้าปัญหาน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์เป็นครั้งแรก เด็กและวัยรุ่นจำนวนมากบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ดีต่อสุขภาพ รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มแปรรูปสูง เช่น น้ำอัดลมที่เติมน้ำตาล ผลิตภัณฑ์เบเกอรี ขนมกรุบกรอบ และอาหารฟาสต์ฟูด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มขึ้น เด็กไทยกว่าร้อยละ 50 ยังไม่สามารถแยกแยะระหว่างเนื้อหาทั่วไปกับการโฆษณาแฝงได้ เด็กร้อยละ 80 มีความรู้สึกทางอารมณ์ที่ดีต่อแบรนด์อาหารฯ เพราะชื่อมโยงกับความสนุกสนาน และประสบการณ์ทางสังคม เช่น การรับประทานร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัวหรือเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย พ่อแม่และครูสามารถเปิดคลิปสอนการรู้ทันโฆษณา และดาวน์โหลดคลิป “จับโป๊ะโฆษณา” และเพลง “หนูไม่อยากอ้วน” ได้ที่ Facebook “รู้ทันป้องกันอ้วน” และ Youtube “รู้ทันโฆษณา”