รัฐบาลไทย ประเมินสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง

View icon 9
วันที่ 3 มี.ค. 2569 | 06.06 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - เมื่อวาน นายกรัฐมนตรี เดินสายประชุมทั้งเช้าและบ่าย เพื่อประเมินสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง

ก่อนการประชุม สมช. เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมวงเล็กก่อน โดยหารือร่วมกับ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เลขาธิการ สมช. และปลัดกระทรวงมหาดไทย

หลังการประชุม สมช. นายกฯ มอบหมายให้นายสีหศักดิ์ มาแถลงข่าว โดยบอกว่า รัฐบาลกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่มีกว่า 100,000 คน เดินทางกลับประเทศ

เนื่องจากน่านฟ้าในอิหร่านยังปิดอยู่ ทำให้การอพยพคนไทยออกจากอิหร่าน ต้องเดินทางทางบก โดยใช้รถยนต์ผ่านชายแดนตุรกี ก่อนจะเดินทางกลับโดยเครื่องบินพาณิชย์ แต่ถ้าแรงงานไทยมีจำนวนมาก รัฐบาลไทยก็จะจัดเที่ยวบินพิเศษ และขณะนี้มีผู้แจ้งความประสงค์ต้องการกลับไทย กว่า 40 คน

ทั้งนี้ ไทยจะต้องประสานพูดคุยกับอิหร่าน เพื่อขอให้อำนวยความสะดวกในการเดินทาง และให้หลักประกันในเรื่องความปลอดภัยด้วย

ส่วนแรงงานไทยในอิสราเอล ขณะนี้ได้รับข้อมูลยืนยันว่า ยังไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากอิสราเอลสามารถยิงสกัดกั้นขีปนาวุธจากฝ่ายตรงข้ามได้ แต่ไทยได้เน้นย้ำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เพราะประเมินแล้วว่าสถานการณ์สู้รบน่าจะยืดเยื้อ

ขณะที่ นางสาวตรี​นุช​ เทียนทอง​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​แรงงาน​ เปิดเผยว่า มีแรงงานไทยในตะวันออกกลาง ยังแจ้งประสงค์กลับไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นแรงงานในประเทศอิสราเอล ประมาณ 60,000 คน

แม้สถานการณ์ตอนนี้จะยังไม่ขยายพื้นที่ แต่ถ้ายืดเยื้อ กระทรวงแรงงาน เตรียมการรองรับผ่านทูตแรงงาน ที่อยู่ในประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง ที่จะดูแลเรื่องความปลอดภัยให้กับแรงงาน

ส่วนในช่วงบ่าย นายกฯ เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบต่อสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง

หลังประชุม นายกฯ แถลงข่าวยอมรับว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้ไทยได้รับผลกระทบบ้าง แต่ยังอยู่ในระดับที่จะรับมือ และแก้ไขไม่ให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงได้

ทั้งค่าขนส่งสินค้า ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่จะปรับตัวสูงขึ้น แต่การผลิตน้ำมันส่วนเกินในตลาดโลกยังมีอยู่สูง ทำให้อาจมีผลกระทบไม่มากนัก

ส่วนความมั่นคงด้านพลังงานของไทย ถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมสถานการณ์ได้ ยืนยันว่า รัฐบาลไทยจะไม่อยู่นิ่งเฉย และจะเร่งหาแนวทางลดผลกระทบต่อภาคประชาชนให้ได้มากที่สุด

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความมั่นใจว่า กระทรวงพลังงาน มีปริมาณน้ำมันสำรองที่ 60 วันเพียงพอความต้องการ สามารถดูแลไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนได้แน่นอน

ส่วนสินค้าและบริการ มีผลกระทบทางตรงไม่มาก เพราะไทยส่งออกสินค้าไปตะวันออกกลาง มีไม่ถึง 4% แต่มีผลกระทบทางอ้อม เช่น ค่าระวางเรือที่จะสูงขึ้น เช่นเดียวกับด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเพียง 4% เท่านั้น

ด้าน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า จะดำเนินทุกมาตรการ ทั้งจัดหาปริมาณสำรองน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ หรือ ก๊าซ LNG ที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า ให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศในช่วงที่ยังเกิดความไม่สงบในตะวันออกกลาง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง