ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ผ่านเข้าสู่วันที่ 4 ยังไม่มีแนวโน้มยุติลงในเร็ว ๆ แม้อิหร่านจะสูญเสีย อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดไปตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา แต่กลับไม่ยอมจำนนและยกระดับการตอบโต้ขึ้นเรื่อย ๆ
จากแผนที่เดิมทีจะเห็นว่าเป้าหมายของอิหร่านคือฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลาง ทั้งที่ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งแทนด้วยเปลวไฟสีน้ำเงิน ขณะที่เป้าหมายการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลคือฐานโครงการนิวเคลียร์และกองบัญชาการทางทหารของอิหร่านซึ่งกระจายทั่วประเทศแทนด้วยเปลวไฟสีแดง มีรายงานว่าพระราชวังโกเลสถานในกรุงเตหะรานได้รับความเสียหายไม่น้อย
แต่ตอนนี้ อิสราเอลไม่เพียงโจมตีอิหร่าน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งทหารและพลเรือนมากกว่า 200 คนแล้ว ยังโจมตีกรุงเบรุตในเลบานอน จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 50 คน
หลังจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งเป็นพันธมิตรกับอิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล โดยนายกรัฐมนตรีอิสราเอลยืนยันว่า จะเดินหน้ากวาดล้างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ให้สิ้นซาก และทำให้รัฐบาลเลบานอนขอร้องให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยกเลิกการโจมตีอิสราเอล เพื่อป้องกันไม่ให้พลเรือนชาวเลบานอนบาดเจ็บล้มตายมากกว่านี้
ส่วนกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน จากเดิมที่มุ่งเป้าไปที่อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศในตะวันออกกลาง แต่ตอนนี้กลับพุ่งเป้าไปที่สถานทูตสหรัฐฯ ในหลายประเทศ อย่างภาพที่เห็นคือกลุ่มควันที่พวยพุ่งขึ้นมาจากแรงระเบิดจากโครนโจมตี ที่ตกใกล้สถานทูตสหรัฐฯ ประจำคูเวต เช่นเดียวกับมีรายงานว่า สถานทูตสหรัฐฯ ในซาอุดีอาระเบียถูกโดรน 2 ลำโจมตี จนเกิดเพลิงไหม้เสียหายส่วนหนึ่ง
นอกจากนี้อิหร่านยังโจมตีแหล่งพลังงานในหลายประเทศพันธมิตรสหรัฐฯ เช่นที่ โรงกลั่นน้ำมัน ราส ทานูรา ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกกลาง มีกำลังการผลิต 550,000 บาร์เรลต่อวัน ถูกสั่งปิด หลังจากถูกโดรนโจมตี
ส่วนที่กาตาร์ ต้องระงับการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เนื่องจากอิหร่านยังคงโจมตีประเทศในอ่าวเปอร์เซีย จึงต้องปิดตัวลงเป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้บริษัท Qatar Energy ของรัฐบาลกาตาร์ ซึ่งมีลูกค้าในเอเชียถึง 82% มีกำลังการผลิตก๊าซ LNG คิดเป็นประมาณ 20% ของความต้องการใช้ทั่วโลก และมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลความต้องการเชื้อเพลิงในตลาดเอเชียและยุโรป