สนามข่าว 7 สี - ในการสู้รบระหว่าง "อิหร่าน" และ "อิสราเอล" ฝั่งหนึ่งมีไพ่เด็ด คือ ขีปนาวุธที่ผลิตได้เอง อีกฝ่ายมีไพ่เด็ดมาต่อกรเหมือนกัน นั่นคือ "IRON Beam" ที่เอามาใช้สกัดจรวดขีปนาวุธ
นายภวัต ชูเอม หรือ "เดียร์" แอดมินเพจฯ ThaiArmedForce.com ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธ "IRON Beam" ว่าเป็นระบบเลเซอร์ที่ "อิสราเอล" พัฒนาขึ้นเพื่อทดแทน "Iron Dome" สกัดกั้นจรวดจากอิหร่าน หลังผ่านการปะทะกันมาแล้วหลายครั้ง
เดิม "Iron Dome" เป็นจรวดที่ยิงออกมาทีละหลายลูก เพื่อสกัดกั้นเป้าหมายเดียว และจรวดแต่ละลูกก็มีราคาหลายล้านบาท แต่ "IRON Beam" ใช้เลเซอร์สร้างความร้อนยิงสกัดกั้นจรวด ต้นทุนถูกกว่าอย่างมากแล้ว ยังไม่จำเป็นต้องมีการผลิตจรวด ไม่ต้องรอการบรรจุ ทำให้ยิงสกัดกั้นได้ต่อเนื่อง และรวดเร็ว
เทคโนโลยีนี้มีภาพของการพัฒนา การแสดงตัวอย่างแสนยานุภาพให้เห็น แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าถูกนำออกมาใช้หรือไม่ ถึงแม้จะมีข้อดีมหาศาล แต่ก็มีข้อเสียอยู่ในตัว เพราะการทำงานต้องมีการใช้เรดาห์ตรวจจับ ฉะนั้นถ้าระบบเรดาห์ถูกรบกวนจะไม่สามารถล็อกเป้าหมายได้ ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จรวดจะหลุดรอดเข้าไปสร้างความเสียหายได้
ส่วนข้อมูลสถานะอาวุธนิวเคลียร์ของ "อิหร่าน" พบว่ามีโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์มานาน แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จในการพัฒนา อีกทั้ง สหรัฐฯ ไม่ยอมให้ "อิหร่าน" มีอาวุธนิวเคลียร์ ปีที่แล้วยังเคยส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิด B2 ถล่มอิหร่านมาแล้ว
ความเป็นไปได้ในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ตามข่าวลือ หรือที่มีการคาดการณ์ว่า "อิหร่าน" อาจมีอาวุธนิวเคลียร์อย่างน้อย 11 ลูก
แม้ตนเองจะไม่มีข้อมูลยืนยัน แต่จากการวิเคราะห์ มองว่าความเป็นไปได้ต่ำมาก เพราะหากมีการผลิตและการเก็บรักษาอาวุธนิวเคลียร์เป็นเรื่องยากที่จะเก็บเป็นความลับ เพราะหน่วยข่าวกรองของ "อิสราเอล" มีความแม่นยำสูง พิสูจน์ได้จากการเสียชีวิตของผู้นำฝ่ายตรงข้าม ตั้งแต่เริ่มต้นปฏิบัติการรบ