ธุรกิจท่องเที่ยว พร้อมปรับตัวสู้สถานการณ์

View icon 11
วันที่ 4 มี.ค. 2569 | 07.12 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย กำลังประเมินสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง พร้อมปรับกลยุทธ์ตามคำแนะนำของ "แอตต้า" ที่ให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย

การท่องเที่ยวแถบทะเลอ่าวไทย ฝั่งเกาะสมุย และเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับผลกระทบแล้ว จากยอดจองนักท่องเที่ยวกลุ่มชาติตะวันออกกลางลดลงไป 20% จากสถานการณ์ความตึงเครียด

นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวจาก "อิสราเอล" ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก และมีสัดส่วนมากกว่ากลุ่มนักเที่ยวจากโซนยุโรป สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับผลกระทบทางตรง

ดังนั้น จึงร่วมมือกับภาครัฐ จัดแคมเปญดึงตลาดอินเดีย และตลาดเอเชียตะวันออก ทั้ง จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง มาเก๊า และ ไต้หวัน เข้ามาทดแทนสัดส่วนเดิมที่หายไป โดยชูจุดขาย "ไทย คือ จุดหมายปลายทางที่มีความปลอดภัย" ทั้งด้านการท่องเที่ยว และการลงทุน

ใกล้กรุงเทพฯ เข้ามาก็เป็น "ตลาดร่มหุบ" อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จุดนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากตลาดนักท่องเที่ยวที่นี่มี 2 กลุ่มใหญ่ คือ จากชาติเอเชีย และกลุ่มนักท่องเที่ยวจากรัสเซีย และที่เห็นเป็นกลุ่มที่บุกกิงมาก่อนเกิดสถานการณ์แล้ว

สอบถามไกด์ที่พาชาวรัสเซียมาท่องเที่ยว ก็บอกว่า หากการสู้รบยังยืดเยื้อ จะทำให้มีผลกระทบกับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียแน่ เพราะเส้นทางการบินจากรัสเซียต้องแวะพักที่ "ดูไบ" สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนที่จะบินมาไทย ซึ่งปัจจุบันมีการยกเลิกและปรับเปลี่ยนเส้นทางการบิน ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ที่อาจเบนเข็มไปท่องเที่ยวที่อื่นแทน
 
ที่เมืองพัทยา แม้บรรยากาศยามราตรีจะมีนักท่องเที่ยวน้อยลง แต่ในฐานะเจ้าภาพที่ดี ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยว และฝ่ายปกครอง จัดกำลังเสริมดูแลด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะแหล่งรวมตัวของนักท่องเที่ยวจากหลายสัญชาติ บริเวณถนนวอร์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ รวมทั้งจุดพักอาศัยจากนักท่องเที่ยว 2 ชาติ ที่เป็นคู่ขัดแย้ง เพื่อเป็นการยืนยันว่า ไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง