ห้องข่าวภาคเที่ยง - คดีอุ้มฆ่าอำพรางศพหนุ่ม ผู้จัดการแผนกห้องแล็บอุตสาหกรรม ที่บ้านร้าง จังหวัดลพบุรี นับเป็นคดีโหดสุด ตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ 2569 ทีมข่าว 7HD พาไปดูตั้งแต่จุดเริ่มต้นของคดีนี้กัน
คดีอุ้มฆ่าอำพรางศพ นายรุทธ์ หรือท๊อป ผู้จัดการแผนกห้องแล็บอุตสาหกรรม เริ่มจากแม่และแฟนสาวตามหาผู้ตาย แจ้งความคนหายกับตำรวจ สน.สุทธิสาร เพราะอีกเพียง 10 วัน ผู้ตาย และแฟนสาวจะจัดงานมงคล แล้วจู่ ๆ มาขาดการติดต่อไป ก็เกรงว่าจะได้รับอันตราย บางครอบครัวเชื่อว่าก่อนแต่งงานห้ามบ่าว - สาวเดินทางไกล เพราะติดต่อไม่ได้มาตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์
พนักงานสอบสวน แกะรอยจากภาพวงจรปิด พบร่องรอยสุดท้ายของผู้ตายที่บ่อตกกุ้ง ซอยรัชดาภิเษก 18 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เห็นคนร้ายทำทีขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถผู้ตาย บนถนนรัชดาภิเษก ก่อนออกอุบายให้จอดรถเคลียร์ปัญหา ที่ลานจอดรถของร้านบ่อตกกุ้ง จากนั้นก็มีกลุ่มคนร้ายอีกชุด ขับรถยนต์อเนกประสงค์ประกบข้าง แล้วบังคับพาตัวผู้ตายขึ้นรถ ขับออกไปยังจังหวัดสมุทรปราการ
จึงประสานชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 2 ช่วยตามหา ระหว่างนั้นคดีเริ่มถึงหูนักข่าว แต่ตำรวจขออย่าเพิ่งเปิดเผย ขอทำงานแบบเงียบ ๆ เพราะเกรงว่าผู้ถูกลักพาตัวอาจได้รับอันตรายถึงชีวิต
กระทั่งชุดสืบสวนไปพบคราบเลือดที่บ้านพัก นายภูเมธ หรือ อาร์ท ผู้ต้องสงสัยบงการฆ่า จึงแกะรอยไปต่อ จนไปเจอศพที่น่าเชื่อว่าคือ นายรุทธ์ ในสภาพถูกจับมัดไพร่หลัง ศพไหม้เกรียม อยู่ในห้องน้ำของบ้านร้างใน ตำบลชัยนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี
จากการชันสูตรของแพทย์พบตามร่างกายถูกไฟเผา, ฟันบนหัก 4 ซี่, กรามหัก ส่วนแขนขวาขาดหาย สันนิษฐานว่าถูกสัตว์กัดแทะคาบไป นอกจากนี้พบผ้าปิดตา, ปิดปาก, ผ้ามัดข้อเท้า และผ้ารองพื้นที่ถูกไฟเผาไม่หมด
แนวทางการสืบสวนของตำรวจทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุแบ่งเป็น 2 ชุด ชุดแรกเป็นชุดอุ้มลักพาตัวไปส่งบ้านพักผู้ต้องหาใน จังหวัดสมุทรปราการ ส่วนชุดที่สองนำตัวผู้ตายจาก จังหวัดสมุทรปราการ ไปซ้อมทรมานที่บ้านร้างกลางป่า จังหวัดลพบุรี
จากนั้นจึงขออำนาจศาลฯ ออกหมายจับ กลุ่มผู้ต้องหา รวม 6 คน จากนั้นตำรวจก็ทยอยจับกุมตัวมาได้เรื่อย ๆ โดย 5 คน ที่เป็นกลุ่มลักพาตัว ถูกส่งตัวไปฝากขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ยกเว้น นายเผ่าทอง หรือ "อั้ม" ที่ได้รับการประกันตัวในชั้นศาลฯ
ส่วนตัวการสำคัญคดีนี้มี 2 คน คือ ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ หรือ อาร์ท ที่ตอนแรกมีข่าวว่า เป็นทหารสังกัด กอ.รมน. ก่อนได้รับการตรวจสอบ และยืนยันว่าเป็นเพียง "จิตอาสา" เท่านั้น คนนี้เป็นคนสั่งการให้อุ้มลักพาตัวผู้เสียหาย ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการหลบหนี และการข่าวเชื่อว่าน่าจะไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน
ส่วนอีกคนคือ นายวีรวิชญ์ หรือ ขวัญ ตามข้อมูลระบุว่า เป็นผู้รับคำสั่งจาก "ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ" ให้ดำเนินการ คนนี้ถูกจับกุมได้ และได้รับการประกันตัวในชั้นศาลฯ
สอบถามกับ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 บอกว่า ผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ให้การว่าได้รับการว่าจ้างจาก "ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ" ด้วยเงิน 100,000 บาท กำชับว่า หากนำโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตมาได้ จะเพิ่มเงินให้อีก 50,000 บาท ซึ่งจริง ๆ แล้ว กลุ่มนี้รับหน้าที่แค่อุ้มผู้เสียชีวิตไปที่จังหวัดสมุทรปราการเท่านั้น เสร็จงานรับเงินเลย จึงไม่ทราบชะตากรรมของผู้เสียชีวิต และทั้ง 7 คน ตรวจสอบแล้ว ก็ไม่พบประวัติเคยถูกดำเนินคดี
จากนั้นเป็นคิวของชุดอุ้มทีมที่ 2 ที่ยังไม่รู้จำนวนแน่ชัด เป็นคนรับไม้ต่อ ซึ่งในชุดนี้มี "ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ" รวมอยู่ด้วย และคาดว่าชุดนี้ ได้ทำร้าย "นายรุทธ์" จนถึงแก่ความตาย ในจังหวัดสมุทรปราการ ก่อนนำศพไป จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดเพชรบูรณ์ และเผาอำพรางศพที่ จังหวัดลพบุรี ซึ่งตอนนี้เท่าที่พอมีข้อมูล คาดว่าชุดที่ 2 นอกจาก "ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ" จะมีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 3 คน ส่วนเหตุผลที่ต้องการโทรศัพท์เป็นพิเศษ จากข้อมูลคาดว่าภายในมีภาพคลิปลับขณะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้หญิงหลายคน ที่น่าจะโยงถึง "ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ" ด้วย ซึ่งจนถึงตอนนี้ตำรวจก็ยังไม่ได้โทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าว
ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นไปตามแนวทางการสืบสวนนี้หรือไม่ ตำรวจได้เรียกสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ทั้งหมดในทุกประเด็นแล้ว