เงินบำนาญสูงสุด 8,050 ต่อเดือนเพียงพอไหม? ใช้ยังไงให้อยู่รอด

เงินบำนาญสูงสุด 8,050 ต่อเดือนเพียงพอไหม? ใช้ยังไงให้อยู่รอด

View icon 244
วันที่ 4 มี.ค. 2569 | 16.38 น.
เกาะกระแสออนไลน์
แชร์
ผู้ประกันตนที่จะได้รับเงินบำนาญ 8,050 บาทต่อเดือน จะได้ในกรณีไหน เพียงพอหรือไม่ วางแผนบำนาญล่วงหน้า เพื่อการดำรงชีพในอนาตค

จากการปรับเพดานค่าจ้าง ปี 2569-2571 ส่งเงินประกันสังคมสูงสุด 875 บาทต่อเดือน (ฐานค่าจ้าง 17,500 บาทต่อเดือน) จะได้สิทธิประโยชน์ที่ได้รับสำคัญๆ มีดังนี้

เจ็บป่วย 8,750 บาทต่อเดือน
คลอดบุตร 26,250 บาทต่อครั้ง
ว่างงาน 8,750 บาทต่อเดือน
บำนาญส่งเงินมา 15 ปี 3,500 บาทต่อเดือน
บำนาญส่งเงินมา 25 ปี 6,125 บาทต่อเดือน

ปี 2572-2574 ส่งเงินประกันสังคมสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน (ฐานค่าจ้าง 20,000 บาทต่อเดือน) สิทธิประโยชน์ที่ได้รับสำคัญๆ มีดังนี้

เจ็บป่วย 10,000 บาทต่อเดือน
คลอดบุตร 30,000 บาทต่อครั้ง
ว่างงาน 10,000 บาทต่อเดือน
บำนาญส่งเงินมา 15 ปี 4,000 บาทต่อเดือน
บำนาญส่งเงินมา 25 ปี 7,000 บาทต่อเดือน

ปี 2575 เป็นต้นไป ส่งเงินสมทบประกันสังคมสูงสุด 1,150 บาทต่อเดือน (ฐานค่าจ้าง 23,000 บาทต่อเดือน) สิทธิประโยชน์ที่ได้รับสำคัญๆ มีดังนี้

เจ็บป่วย 11,500 บาทต่อเดือน
คลอดบุตร 34,500 บาทต่อครั้ง
ว่างงาน 11,500 บาทต่อเดือน
บำนาญส่งเงินมา 15 ปี 4,600 บาทต่อเดือน
บำนาญส่งเงินมา 25 ปี 8,050 บาทต่อเดือน

ดังนั้น กรณีที่จะได้รับ เงินบำนาญประกันสังคม 8,050 บาทต่อเดือน ที่เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขใหม่ของประกันสังคม โดยจะมีผลตั้งแต่ปี 2575 เป็นต้นไป เงื่อนไขหลักที่จะได้รับคือ

- อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน
- ส่งเงินสมทบครบ 25 ปี (300 เดือน)
- มีฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณในระดับสูง เช่น 23,000 บาทต่อเดือน
- การคำนวณบำนาญปรับเพิ่มตามอัตราเงินสมทบใหม่ ทำให้ได้รับบำนาญประมาณ 8,050 บาทต่อเดือน จากเดิมที่ประมาณ 5,250 บาทต่อเดือน

เพียงพอหรือไม่ สำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ?

พอใช้สำหรับค่าใช้จ่ายพื้นฐานเพียงอย่างเดียวในต่างจังหวัดหรือการใช้ชีวิตแบบประหยัดมาก ถือเป็นเงินก้อนที่ช่วยพยุงชีพได้ แต่อาจไม่เพียงพอหากมีภาระหนี้สิน ค่าเช่าบ้าน หรือค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องในเมืองใหญ่

ดังนั้นผู้ประกันตนที่กำลังจะเข้าสู่วัยเกษียณ มีข้อแนะนำเพิ่มเติมในการวางแผนคือ

1.ควรมีเงินออมสำรอง วางแผนเก็บเงินออมในช่องทางอื่นร่วมด้ว หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ)
2.รักษาสุขภาพ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล
3.หารายได้เสริม เช่น งานอดิเรกที่สร้างรายได้ เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง

ขอบคุณข้อมูล ประกันสังคม 

69a801e619cac2.43295931.png

ข่าวที่เกี่ยวข้อง