ผู้การจังหวัดสั่งรายงานข้อเท็จจริง เคสชักเกร็งวูบขับชนรถในปั๊ม เบื้องต้นคุมตัวขึ้นท้ายรถกระบะไปโรงพัก เป็นขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย สัญญาณมือ SOS ตำรวจทุกนายได้รับการอบรมตั้งแต่โรงเรียนนายสิบ ไม่แน่ใจขณะผู้ป่วยยกมือส่งสัญญาณ ตร.เห็นหรือไม่
ภรรยาและญาติของ นายธีระมิตร ทับทอง อายุ 42 ปี เข้าร้องขอความช่วยเหลือทางกฎหมายกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด สาย กรณีที่นายธีระมิตร ป่วยหนักเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ มีอาการชักเกร็งขณะขับรถ พยายามขับรถเข้าไปจอดพักในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่พุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ได้รับความเสียหาย ตำรวจคิดว่าเมา ใส่กุญแจมือพาตัวไปโรงพัก ไม่ได้ช่วยเหลือส่งโรงพยาบาล กระทั่งอาการวิกฤต หมอแจ้งว่ามาช้าเกินไป เส้นเลือดในสมองแตกแล้ว
นายเอกภพ ได้พาญาติไปดูที่เกิดเหตุภายในปั๊มน้ำมัน และได้ขอเข้าพบ พลตำรวจตรี สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีที่เกิดขึ้น โดยญาติผู้ป่วยได้สอบถามว่า ตำรวจที่เข้าระงับเหตุแยกแยะไม่ออกจริง ๆ หรือว่าอาการของคนเมา และคนป่วยเป็นอย่างไร ถ้าสังเกตอาการผิดปกติว่าเป็นคนป่วยสามารถนำส่งโรงพยาบาลได้รวดเร็วกว่านี้ ผู้ป่วยคงไม่ตกอยู่ในอาการหนักอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
พันตำรวจเอก อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผู้กำกับการ สภ. บางปะหัน ชี้แจงว่า ในวันเกิดเหตุ ตำรวจสายตรวจจราจรได้รับแจ้งว่าคนขับรถชนในปั๊มน้ำมัน มีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย จึงเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไปถึงปั๊มน้ำมันเวลา 03:48 น. ประเมินสถานการณ์ สงสัยผู้ขับขี่น่าจะเมา พูดจาไม่รู้เรื่อง จึงวิทยุขอกำลังชุดสายตรวจสนับสนุน จากนั้นในเวลา 04:40 น. จึงควบคุมตัวผู้ป่วยขึ้นรถกระบะไปที่ สภ. บางปะหัน
พันตำรวจเอก เอกราช อุ่นเจริญ รอง ผบก.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระบุว่า การปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจที่เข้าไประงับเหตุ ทำตามขั้นตอนถูกต้องตามกฏหมาย เนื่องจากผู้ป่วยไม่อยู่ในสภาพที่จะขับขี่รถยนต์ต่อไปได้ จึงควบคุมตัวไปที่โรงพักเพื่อความปลอดภัย เมื่อไปถึงโรงพักร้อยเวรที่โรงพักเห็นว่าผู้ป่วยอยู่ในอาการไม่สู้ดี จึงให้สายตรวจนำตัวไปส่งโรงพยาบาลบางปะหัน เพื่อให้ตรวจอาการ
พลตำรวจตรี สุรวุฒิ ได้สั่งการให้ตำรวจที่เกี่ยวข้อง รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด ส่วนเรื่องความรู้เกี่ยวกับการใช้สัญลักษณ์มือ ตำรวจทุกนายได้รับการอบรมตั้งแต่โรงเรียนนายสิบตำรวจแล้ว แต่ก็ไม่แน่ใจว่าการที่ผู้ป่วยยกสัญญาณมือ S.O.S. ในลักษณะขอความช่วยเหลือนั้นตำรวจเห็นหรือไม่ เพราะตอนยกมือขอความช่วยเหลือ ตำรวจชุดสายตรวจยังไม่ได้เข้าไปถึงที่เกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม จะให้มีการทบทวนเสริมทักษะความรู้เพิ่มเติมให้กับตำรวจสายตรวจให้มากขึ้น เพื่อนำไปใช้ปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพ