เช้านี้ที่หมอชิต - สิ่งสำคัญที่รัฐบาลไทยต้องเร่งเดินหน้าทำให้เร็ว คือการช่วยเหลือคนไทยอพยพออกจากอิหร่าน ซึ่งมีสถานการณ์สู้รบอย่างดุเดือด และยังไม่มีแนวโน้มจะคลี่คลาย
ล่าสุดมีคนไทยที่อยู่ในอิหร่าน ลงทะเบียนขอกลับไทยแล้ว 138 คน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศเตรียมแผนเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว
ในการแถลงข่าวของกระทรวงการต่างประเทศเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสรุปสถานการณ์ในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ปัจจุบันไม่มีรายงานคนไทยบาดเจ็บ และเสียชีวิต แต่ได้ขอให้คนไทย พิจารณาเดินทางออกจากสถานที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด
โดยกระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญกับอิหร่านก่อน เพราะมีความเสี่ยงสูงสุด ซึ่งจะอำนวยความสะดวกนำคนไทยออกจากพื้นที่ 2 รอบ คือ วันที่ 7 และ วันที่ 10 มีนาคม สำหรับผู้ที่ลงทะเบียน 138 คน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา และแรงงาน
สำหรับแผนการเดินทางคือจะใช้รถยนต์ เดินทางออกจากเตหะรานไปยังจุดผ่านแดน "Razi" ซึ่งเป็นพรมแดนที่ติดกับตุรกี
โดยรถจะออกจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน เวลา 05.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และจะไปถึงจุดผ่านแดนในเวลาประมาณ 19.00 น. ระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร
หลังจากนั้นเมื่อไปถึงประเทศตุรกีจะเดินทางกลับไทยด้วยเครื่องบิน แต่รัฐบาลยังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะใช้เครื่องบินของกองทัพ หรือเครื่องบินพาณิชย์
สำหรับผู้ประสงค์จะเดินทางออกนอกประเทศอิหร่าน โปรดติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน (+98) 912 159 8699 และ (+98) 912 500 7933
ส่วนผู้ที่หนังสือเดินทางไทยหมดอายุ โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ภายในวันที่ 5 มีนาคม กรณีเดินทางรอบวันที่ 7 มีนาคมนี้
ด้าน พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด บอกว่า แนวทางการอพยพคนไทย ยังอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ โดยกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อวางแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน ซึ่งการใช้เครื่องบินพาณิชย์จะมีความสะดวก แต่เครื่องบินกองทัพก็จะเหมาะอีกบริบทหนึ่ง
ซึ่งยอดคนไทยในอิหร่านประมาณ 200 คน อาจใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำ เพียงเที่ยวเดียว แต่หากเป็นอากาศยานของกองทัพอาจ 3-4 เที่ยว
ขณะที่มิติการรักษาดูแลความปลอดภัยภายในประเทศไทย ซึ่งมีชาวอิสราเอล และชาวอิหร่านอาศัยอยู่จำนวนมาก กองทัพไทยได้เตรียมความพร้อมด้านการข่าว เพื่อรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว และไม่ประมาทต่อความเป็นไปได้ที่อาจมีการก่อการร้ายขึ้น
ส่วนความเคลื่อนไหวของ "นายกฯ อนุทิน" เมื่อวาน ได้มีการพบปะกับนายฌอน เค. โอ นีล เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยที่ตึกไทยคู่ฟ้า คาดว่า หารือถึงรายงานสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยใช้เวลาพูดคุยกว่า 2 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ไม่มีการแถลงถึงรายละเอียดการพูดคุยครั้งนี้จากรัฐบาลอย่างเป็นทางการ