เช้านี้ที่หมอชิต - ตลาดหุ้นไทย วานนี้ ก็ร่วงหนักที่สุดในรอบ 6 ปี-ดัชนีรูดลงกว่า 100 จุด ทำให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต้องงัดมาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราว ถือเป็นครั้งที่ 7 ในประวัติศาสตร์
โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือ ตลท. ต้องใช้มาตรการเซอร์กิต เบรกเกอร์ พักการซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว ภาคเช้าวานนี้ ตั้งแต่ 12.21 น. เป็นต้นไป หลังดัชนีตลาดหุ้นไทย ปรับลดลง 117.52 จุด คิดเป็นลบ 8 % มาอยู่ที่ระดับ 1,348.99 จุด ก่อนกลับมาเปิดการซื้อขายในช่วงบ่าย 14.00 น.
โดยสาเหตุเกิดจากผลกระทบของความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลต่อราคาน้ำมันพุ่งสูง ทำให้ผู้ลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะด้านพลังงาน-ลดถือครองสินทรัพย์เสี่ยง หันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย หรือ สินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์แทน
ซึ่งมาตรการ "Circuit Breaker" หรือ ระบบพักการซื้อขายชั่วคราวครั้งนี้-นับเป็นครั้ง 7 ในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทย นับจากผลกระทบช่วงโควิด-19 เมื่อปี 2563 ซึ่งปีนั้นก็ประกาศใช้เซอร์กิต เบรกเกอร์ มากถึง 3 ครั้ง ดัชนีตลาดหุ้นไทย ในคราวนั้นลดเหลือราว 900 จุด
และการใช้มาตรการนี้ เพื่อให้นักลงทุนมีเวลาตรวจสอบข้อมูลข่าวสารที่มีผลกระทบต่อการลงทุนอย่างครบถ้วน
ซึ่งวานนี้-ดัชนีหุ้นไทย ก็ปิดตลาดช่วงเย็น และ ยังคงดิ่งไปถึง 81.90 จุด หรือคิดเป็น 5.58 % อยู่ที่ 1,384.61 จุด มีมูลค่าการซื้อขายเกือบ 160,000 ล้านบาท
ไม่ต่างจากราคาทองคำวานนี้ ผันผวนไป 41 ครั้ง ราคาปรับลงรวม 2,050 บาท และปิดตลาดไปที่ ทองคำแท่งขายออกเหลือบาทละ 77,200 บาท ส่วนทองรูปพรรณเหลือบาทละ 78,000 บาท