“สมชัย” เตือน “กกต.” ปม “บาร์โคด” อาจเข้าข่ายอั้งยี่ -ซ่องโจร ลั่น! ฟ้องประชาชนได้ ประชาชนก็ฟ้องกลับได้

“สมชัย” เตือน “กกต.” ปม “บาร์โคด” อาจเข้าข่ายอั้งยี่ -ซ่องโจร ลั่น! ฟ้องประชาชนได้ ประชาชนก็ฟ้องกลับได้

View icon 57
วันที่ 5 มี.ค. 2569 | 09.11 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“สมชัย” ฝากถึง กกต. ฟ้องประชาชนได้ ประชาชนก็ฟ้องกลับได้ หลังทดสอบพบ “บาร์โคด” บนบัตรเลือกตั้ง สืบย้อนกลับถึงผู้ใช้สิทธิได้
.
วันนี้ (5 มี.ค.69) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า บาร์โคด คือ รหัสมรณะ การตัดสินใจให้มีบาร์โคดในส่วนล่างของบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในการเลือกตั้ง ปี 2569 ที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยการทดลองแล้วว่า สามารถสืบไปหาตัวผู้ลงคะแนนได้จริง
.
ขณะนี้ ข้อสรุปที่มองกลับไปยัง กกต. จึงเหลือเพียง 2 ทาง คือ จัดการเลือกตั้งแบบประมาทเลินล่ออย่างร้ายแรง โดยขาดการไตร่ตรอง ขาดการกลั่นกรองจากทั้งสำนักงานและตัวคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า การมีบาร์โคดจะนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และคดีต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย
.
และ การมีบาร์โคดดังกล่าว อาจไม่ใช่การประมาทเลินเล่อ แต่อาจกระทำโดยเจตนาของบุคคล กลุ่มบุคคล ขบวนการ ที่ต้องการใช้บาร์โคด เป็นเครื่องมือในการควบคุมการลงคะแนนเสียงที่สามารถตรวจสอบได้ หรือเพื่อใช้วางแผนการเลือกตั้งในอนาคต หากเป็นบุคคลเดียวก็เป็นความผิดเฉพาะตัว หากเป็น 2-4 คน กฎหมายอาญาเรียก “อั้งยี่” แต่หาก 5 คนขึ้นไปเรียก “ซ่องโจร”
.
การพิสูจน์ว่า การมีบาร์โคดในบัตรเลือกตั้ง เป็นการประมาทเลินล่อ หรือ เป็นเจตนากระทำความผิด จะเป็นขบวนการอั้งยี่หรือซ่องโจรหรือไม่ ต้องพิสูจน์ในศาล โดยต้องมีผู้ฟ้อง กกต. ในคดีอาญา มาตรา 209 ซึ่งศาลจะสามารถเรียกเอกสาร เช่น สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง รายงานการประชุมทุกระดับ  รายงานการตรวจรับ บันทึกการให้ความเห็นของผู้เกี่ยวข้องทุกระดับมาประกอบคำวินิจฉัย
.
นายสมชัย ยังระบุทิ้งท้ายด้วยว่า อั้งยี่มา ก็อั้งยี่กลับ ฟ้องประชาชนได้ ประชาชนก็ฟ้องกลับได้