สถานการณ์เปลี่ยนเร็ว-รุนแรงขึ้น นายกฯ เรียกถก หาช่องทางนำเข้าน้ำมันดิบแหล่งอื่นเพิ่ม หวั่นหลังเดือน มี.ค. ปิดช่องแคบฮอร์มุช ส่งผลกระทบหนัก
วันนี้ (5 มี.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมหารือติดตามสถานการณ์พลังงาน ภายในประเทศ หลังได้รับผลกระทบจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯ และ รมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูล รมว.พลังงาน นางมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมว.คมนาคม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมเร่งด่วน ภายหลังการปิดช่องแคบฮอร์มุช มีผลกระทบต่อการนำเข้าน้ำมันดิบของไทย และตนได้รับรานงานจาก นายพิพัฒน์กับนายเอกนิติ หลังการประชุมเมื่อวานนี้ (4 มี.ค.69) ได้รับการยืนยันว่า เดือนมีนาคมยังไม่น่ามีผลกระทบมาก แต่จากตัวเลขทราบว่าตัวเลขจะเริ่มลดลงไป และตั้งแต่เกิดเหตุ สถานการณ์เปลี่ยนไปมากและมีความรุนแรงมากขึ้น
“ตั้งแต่วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันจันทร์ ข้อมูลเปลี่ยนแปลงไป จึงต้องมากำหนดมาตรการในส่วนของไทย เพื่อทำให้มีความมั่นใจว่าจะไม่กระทบในส่วนการนำเข้านำมันดิบ เพราะในปัจจุบันมีการนำเข้าจากตะวันออกกลางและแหล่งอื่นอย่างละครึ่ง จึงขอให้แยกให้เห็นว่า อีกครึ่งหนึ่ง นำเข้ามาจากที่ใดบ้าง”
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า นายอรรถพล และนายพิพัฒน์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าน้ำมันจึงขอช่วยกันคิดว่าทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมที่จะประสานในส่วนของภูมิภาคอื่น ๆ เพื่อนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มเติม