เช้านี้ที่หมอชิต - มาดูความเดือดร้อนของเกษตรกรโคนมหลายจังหวัด ที่พร้อมใจเดินสายยื่นหนังสือเสนอ 5 ข้อเรียกร้อง ถึงรัฐมนตรี 3 กระทรวง หลังเกิดภาวะนมล้นตลาด-เกษตรกรขาดทุนยับ
ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรโคนมจากหลายจังหวัด เข้ายื่นหนังสือร้องขอความช่วยเหลือ จากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้ภาครัฐ ชะลอการนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นมแปรรูปนมผง ตามข้อตกลงการค้าเสรี ไทย - นิวซีแลนด์ และไทย-ออสเตรเลีย ในปี 2569 หรือ FTA จนกว่าจะแก้ปัญหาการขายน้ำนมดิบในประเทศไทยได้ทั้งหมด และต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ เร่งขายน้ำนมดิบตามข้อตกลงขององค์กรเกษตรกรผู้ขายน้ำนมดิบ ที่ยังไม่มีผู้ประกอบการรับซื้อกว่า 211 ตันต่อวัน เป็นระยะเวลา 3 เดือนตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา จาก 24 ภาคสหกรณ์ และ 8 เอกชน โดยทันที ส่งเสริมโครงการนมโรงเรียนให้เด็กได้ดื่มนม 365 วัน เริ่มในภาคการศึกษาหน้า (18 พ.ค.) จัดหางบฯ เกือบ 1,000 ล้านบาท จ่ายค่าน้ำนมดิบที่ติดค้าง โดยเฉพาะ ในส่วนของ อ.ค.ส. และปรับปรุงการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์นมโคสดกับนมผง ให้มีความชัดเจนมากขึ้น
เกษตรกรยอมรับว่า เผชิญปัญหาต้นทุนการผลิตสูงขึ้น จึงอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพิจารณาซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรให้หมดก่อน แล้วค่อยนำเข้านมผง ปัจจุบันนมผง 1 กิโลกรัม มีต้นทุนอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 12 - 13 บาท
ส่วนน้ำนมดิบอยู่ที่กิโลกรัมละ 23 บาท จากเดิม 22.75 บาท จึงอยากให้ช่วยเหลือเกษตรกร เพราะวัวมันไม่มีปิดเทอม น้ำนมต้องรีดตลอด มีค่าใช้จ่าย จึงมีออกมาทุกวัน ถ้าวันนี้ยังไม่ช่วย เราก็ต้องเทนม ถ้าเราไปไม่ไหว เกษตรกรในหลายพื้นที่ก็ต้องเลิกเลี้ยง
เบื้องต้น ทั้ง 3 กระทรวง ก็รับเรื่องไว้ และจะมีการบูรณาการแก้ปัญหา ให้กับเกษตรกรโคนมร่วมกันต่อไป