ตำรวจ ปคบ. ร่วม สบส. สภาแพทย์แผนไทย สสจ.นนทุบรี รวบหมอเถื่อนไร้ใบอนุญาต ใช้เหล็กในผึ้ง สะกิดเปลือกตารักษาโรค ตาพร่า ตามัว
วันนี้ ( 6 มี.ค. 69 ) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับกรมสนับสนุนบริการ ,สภาการแพทย์แผนไทย และสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี ปฏิบัติการจับกุมหมอเถื่อน ใช้เหล็กในผึ้งฝังผิวหนังรักษาโรคเกี่ยวกับดวงตาให้ประชาชน พื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
สืบเนื่องจากตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี และราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ให้ตรวจสอบสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง ที่ ตลาดน้ำประชารัฐสวนบัว จ.นนทบุรี มีการโฆษณารักษาโรคตา เช่น ตามัว ตาพร่า ตาฟาง วุ้นในตาเสื่อม ต้อลม ต้อหิน รวมถึงปัญหาสายตาอื่น ๆ ใช้วิธีการนำเหล็กในผึ้งสะกิดที่บริเวณเปลือกตาเพื่อรักษาโรคทางสายตาให้ประชาชนทั่วไป
ตำรวจจึงสืบสวนข้อมูล พบว่ามีการรักษาโรคด้วยวิธีการดังกล่าวจริง จึงสนธิกำลังเข้าตรวจสอบ พบนาย ป. อายุ 72 ปี อยู่ระหว่างให้บริการรักษาโรคตากับประชาชน โดยใช้วิธีการนำเหล็กในผึ้งสะกิดที่บริเวณเปลือกตาทั้ง 2 ข้าง และพบผู้เข้ารับการรักษาหลายคน ที่รอรับการรักษา เบื้องต้น พบว่า นาย ป. ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยแต่อย่างใด
ตรวจสอบ นาย ป. เคยเป็นผู้อำนวยการศูนย์ผึ้ง จ.ชุมพร เริ่มค้นคว้าเกี่ยวกับผึ้งเรื่อยมา พบว่าเหล็กในของผึ้ง ช่วยรักษาอาการตาพร่า ตามัว จึงมาเปิดให้บริการบำบัด โดยมีประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะผู้สูงอายุ มารับการบำบัด จะมาทำเป็นช่วง ๆ ไม่ได้รับทำทุกวัน เปิดให้การรักษามาแล้วประมาณ 1 ปีเศษ ตำรวจจึงจับกุม พร้อมยึดของกลาง ไม่ว่าจะเป็น แอลกอฮอล์ สำลี กระดาษทิชชู ที่คีบเหล็กใน รายชื่อผู้รับบริการฯ นำส่ง พงส.กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. วิชาชีพการแพทย์แผนไทย 2556 ฐาน “ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันทั่วประเทศมีคลินิก มากกว่า 40,000 แห่ง จึงอาจมีผู้ไม่ประสงค์ดีแอบเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ลักลอบเปิดคลินิกเถื่อน หรือแอบอ้างเป็นแพทย์ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ขอให้ประชาชนตรวจสอบ ป้ายชื่อคลินิกต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก , ใบอนุญาตเปิดกิจการคลินิก เลขใบอนุญาตต้องตรงกับเลขที่ที่ติดที่ป้ายชื่อคลินิก ,ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลซึ่งต้องมีการระบุชื่อผู้ประกอบวิชาชีพหรือผู้ประกอบโรคศิลปะและต้องมีความเป็นปัจจุบัน ,หลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมคลินิกที่เป็นปีปัจจุบัน และหลักฐานของแพทย์ที่ให้บริการในคลินิก โดยมี ชื่อ-นามสกุล และภาพถ่ายติดที่หน้าห้องตรวจ โดยสามารถตรวจสอบชื่อคลินิกได้ที่เว็บไซต์กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ (www.mrd-hss.moph.go.th) และตรวจสอบชื่อแพทย์ได้ที่เว็บไซต์แพทยสภา (www.tmc.or.th) หากไม่พบหลักฐานข้างต้นหรือขาดหรือไม่ครบถ้วนขอให้หลีกเลี่ยงการรับบริการและแจ้งมาที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7000 เพื่อดำเนินการตรวจสอบ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า การแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกนั้น ถือเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่มีคุณค่า และเป็นทางเลือกที่สำคัญในการรักษา แต่หัวใจสำคัญคือต้องดำเนินการภายใต้มาตรฐานทางวิชาชีพที่ถูกต้อง โดยผู้ประกอบเวชกรรมที่มีใบอนุญาต และในสถานที่ที่ได้รับรองมาตรฐานจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเท่านั้น การนำวิธีการที่อยู่นอกเหนือตำราหรือขาดการรับรองทางวิทยาศาสตร์มาใช้กับอวัยวะที่บอบบางอย่างดวงตา ถือเป็นความเสี่ยงอย่างร้ายแรงที่ประชาชนไม่ควรต้องเผชิญ