ทรัมป์ อ้าง อิหร่านขอเจรจาหยุดยิง แต่สายไปแล้ว

View icon 31
วันที่ 6 มี.ค. 2569 | 13.20 น.
รอบรั้วรอบโลก
แชร์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อ้าง อิหร่านขอเจรจาหยุดยิง และหยามลูกชายอดีตผู้นำสูงสุดแค่ตัวเล็กตัวน้อย อยากมีส่วนร่วมเลือกผู้นำอิหร่านเอง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า โมจตาบา คาเมเนอี ลูกชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งได้รับการคาดหมายให้เป็นว่าที่ผู้นำสูงสุดคนต่อไป เป็นเพียง "คนตัวเล็กตัวน้อย" ไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำอิหร่าน เขาจึงอยากมีส่วนร่วมในการเลือกผู้นำอิหร่านเอง เหมือนที่เกิดขึ้นกับเวเนซุเอลา หลังโค่นอำนาจ นิโกลัส มาดูโร และหากอิหร่านยอมจำนนเมื่อไร เป้าหมายต่อไปคือประเทศคิวบา ขณะเดียวกัน "ทรัมป์" ยังอ้างเหมือนเดิมว่า อิหร่านพยายามติดต่อขอเจรจาหยุดยิง แต่ตนปฏิเสธเพราะตอนนี้สหรัฐฯ ต้องการรบมากกว่าอิหร่านเสียอีก ซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่อิหร่านยืนยันว่าไม่เคยขอเจรจาหรือยอมจำนน

ส่วนวานนี้ (5 มี.ค.) สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติคว่ำร่างกฎหมายที่พรรคเดโมแครต เสนอ เพื่อจำกัดอำนาจในการขยายปฏิบัติการโจมตีอิหร่านของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากก่อนหน้านั้น วุฒิสภาก็คว่ำร่าง

กฎหมายจำกัดอำนาจของทรัมป์มาแล้วเช่นกัน โดยสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่มาจากพรรครีพับลิกัน โหวตสนับสนุนทรัมป์ด้วยคะแนน 219 ต่อ 212 เสียง ที่สำคัญมี สส. พรรคเดโมแครตหนุนทรัมป์ถึง 4 เสียง ขณะที่ สส.พรรครีพับลิกันโหวตจำกัดอำนาจทรัมป์เพียง 2 เสียง เสียงส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า อิหร่านเป็นประเทศที่สนับสนุนลัทธิก่อการร้ายหมายเลขหนึ่งของโลกในปัจจุบัน

ด้านอิสราเอลตัดสินใจสังหาร อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านในเดือนพฤศจิกายน และวางแผนที่จะดำเนินการในอีกประมาณ 6 เดือนต่อมา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเผยในการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ว่า เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ตัดสินใจที่จะสังหาร อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ตั้งแต่ในเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา และแผนดังกล่าวได้ถูกนำเสนอต่อสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม หลังเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ในอิหร่าน โดยอิสราเอลกังวลว่า ผู้มีอำนาจในอิหร่าน ซึ่งเชื่อว่าสหรัฐฯ กับอิสราเอลยุยงให้เกิดการประท้วง อาจโจมตีอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ซึ่งตรงกับที่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นปฏิบัติการเชิงป้องกันล่วงหน้า เพราะรู้ดีว่าอิสราเอลกำลังจะโจมตีอิหร่าน และสหรัฐฯ อาจถูกตอบโต้

และเนื่องในวันสากลเพื่อการตระหนักรู้ด้านการลดอาวุธและการไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกสหประชาชาติ อ่านแถลงการณ์ของ อันโตนิโอ กูเตเรส เลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งระบุถึงสถานการณ์โลกในปัจจุบันว่า ภัยคุกคามจากการใช้อาวุธนิวเคลียร์สูงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ความตึงเครียดทั่วโลกกำลังผลักดันให้การใช้จ่ายทางทหารพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จึงถึงเวลาที่ควรปฏิบัติตามพันธกรณีด้านการลดอาวุธ การสร้างความไว้วางใจขึ้นใหม่ และการเสริมสร้างระบบและเครื่องมือที่ป้องกันอาวุธนิวเคลียร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง