เวลา 12.45 น. วันนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังหอประชุม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ ทอดพระเนตรการจัดแสดงนิทรรศการและผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน ภาคเหนือ ที่สนองพระดำริ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" และขยายผลตามแนวคิด "Sustainable Fashion : แฟชั่นแห่งความยั่งยืน" สร้างสรรค์ผืนผ้า และงานหัตถศิลป์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อผู้สร้างสรรค์ และผู้สวมใส่ โดยมีผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ อาทิ ผ้าปักลาย ผ้าพันคอ ปลอกหมอน กระเป๋า ที่ผลิตจากผ้าใยกัญชง ของราษฎรชาติพันธุ์ม้ง ที่เป็นสมาชิกศิลปาชีพบ้านใหม่ยอดคีรี อำเภอพบพระ จังหวัดตาก, และงานเซรามิก ชุดเครื่องถ้วยจาน ชาม ของสมาชิกโครงการพัฒนาพื้นที่รอยต่อฯ บ้านทุ่งจี้ จังหวัดลำปาง
ด้านกรมหม่อนไหม จัดแสดงเส้นใยชนิดต่าง ๆ อาทิ ไหมไทยพื้นบ้าน, ไหมไทยลูกผสม, ไหมอีรี่, ฝ้าย, ขนแกะ, และกัญชง และพืชพื้นถิ่น ที่ชาวปกาเกอะญอ นิยมนำมาย้อมสีผ้า ได้แก่ ยาอูเนะ หรือ ว่านหอมแดง ให้สีชมพูสีแดงอมส้ม และคอคอเด๊าะ หรือ ปิ้งขาว ให้สีฟ้าเทอควอยซ์ ซึ่งพบมากบนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 800-1,300 เมตร เช่น บ้านขุนแตะ อำเภอจอมทอง และอำเภอกัลยานิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่
การสาธิตการปั่นเส้นใยด้วยเครื่องปั่นมือ ที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พัฒนาขึ้น สามารถใช้ปั่นเส้นใยได้ทุกประเภท ช่วยให้เส้นใยมีคุณภาพสม่ำเสมอ ลดแรงงานการปั่น การตีเกลียว ทั้งยังมีขนาดเล็กเคลื่อนย้ายได้สะดวกกว่าเครื่องปั่นแบบดั้งเดิม รวมทั้งสาธิตกระบวนการทำเส้นขนแกะ ตั้งแต่การสาง การปั่น การทอ ของกลุ่มชาวบ้าน บ้านห้วยห้อม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปัจจุบัน ได้นำเส้นขนแกะที่มีความหนาและอุ่นมาทอร่วมกับเส้นไหม ทำให้ผ้ามีความเย็นสบาย เรียบ ลื่น มากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ มีผู้ประกอบการจากจังหวัดในภาคเหนือ จัดแสดงผลงาน 26 กลุ่ม ใช้วัสดุที่มีในท้องถิ่น เกิดเป็นสีธรรมชาติ ใช้เทคนิคที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน ต่อยอดลายพระราชทาน และพัฒนาลวดลายดั้งเดิม จนได้รับความนิยม อาทิ ผ้าไหมยกดอก จังหวัดลำพูน ศูนย์กลางการทอผ้าไหมยกดอกของประเทศ เป็นมรดกทางหัตถกรรมที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น มีลักษณะเด่น คือ ผืนผ้าจะมีลวดลายในตัว ผิวสัมผัสจะมีความนูนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับแต่ละลวดลาย ส่วนใหญ่ลายจะใช้ฝ้าย หรือไหมสีเดียวกันตลอดทั้งผืน บางครั้งอาจมีการจกฝ้ายเพื่อเพิ่มความเด่นของลวดลาย นอกจากนี้ ยังมีเสื้อ กางเกง กระโปรง กระเป๋า และของตกแต่งบ้าน อาทิ งานผ้าทอมือหญ้าสามเหลี่ยม ของวิสาหกิจชุมชนศรีดาแฮนด์เมด จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นวัชพืชที่ขึ้นบนภูเขาสูง เก็บได้เพียงปีละ 1 ครั้ง กลุ่มฯ จึงนำมาทอแล้วแปรรูปเป็นกระเป๋า เศษผ้าที่เหลือนำมาทำเป็นปกสมุด และพวงกุญแจ, งานปักผ้า ของกลุ่ม Phuwida จังหวัดเชียงราย ที่ส่งเสริมอาชีพให้ผู้สูงอายุ และคนว่างงาน เป็นกลุ่มที่ย้อมเส้นด้ายด้วยสีธรรมชาติ สำหรับใช้ในงานปัก มีการผสมลายเดินเส้นลายปัก เป็นลายอัตลักษณ์ของแต่ละสถานที่ในจังหวัดเชียงราย ปัจจุบัน มีการผสมผสานลวดลายให้มากขึ้น เช่น ลาย 7 สายน้ำ 35 ดอย 17 ชาติพันธุ์เชียงราย, งานถักมือ ลายเม็ดข้าวสาร และลายอักษรไทย ของกลุ่ม Ninechaidee จังหวัดเชียงใหม่ ใช้ดอกฝ้ายสีขาวและสีน้ำตาลอ่อน ปั่นเป็นเส้นใยฝ้ายบริสุทธิ์ ทอด้วยกี่มือแบบดั้งเดิม ปัจจุบัน สนองพระดำรินำสีโทนเย็น เช่น สีครามจากแก่นต้นฝาง สีเขียวจากเปลือกมะม่วง สีเหลืองจากดอกดาวเรือง มาใช้เพิ่มเติม
โครงการจัดแสดงนิทรรศการและผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดขึ้น เป็นจุดดำเนินการที่ 3 ต่อจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดขอนแก่น และภาคใต้ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี น้อมนำแนวพระดำริ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" เพื่อให้รายได้กลับสู่ชุมชน ส่งเสริมกระตุ้นผ้าไทย และจักสานให้ทันสมัยสู่สากล เป็นที่นิยมในทุกเพศ ทุกวัย และทุกโอกาส รวมทั้งฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยในภูมิภาคต่าง ๆ ที่กำลังจะสูญหายให้กลับมาเป็นที่นิยม นำมาซึ่งการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับช่างทอผ้า ช่างจักสาน หัตถกรรมไทย และครอบครัวชุมชนอย่างยั่งยืน
การสาธิตการเขียนขี้ผึ้งบนผ้าใยกัญชง "ลายโบราณ" ซึ่งเป็นลายพื้นถิ่นของชาติพันธุ์ม้ง ประธาน "วิสาหกิจชุมชนดาวม่างงานผ้าใยกัญชง" ที่มีความชื่นชอบผ้าใยจากกัญชง และต้องการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ให้วัฒนธรรมพื้นถิ่นของม้งหายไป จึงได้รวมตัวจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน เมื่อปี 2557 ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 20 คน ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากใยกัญชง ดําเนินการเองทุกกระบวนการ ตั้งแต่การปลูก จนแปรรูปเป็นเครื่องแต่งกาย รวมกว่า 20 ขั้นตอน สมาชิกมีรายได้จากการจําหน่ายผลิตภัณฑ์ ทั้งหน้าร้านในหมู่บ้าน และการออกงานต่าง ๆ ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 10,000 บาทต่อคน โดยลูกค้ากว่าร้อยละ 80 เป็นชาวจีนที่ชื่นชอบทั้งลายผ้า และคุณสมบัติของผ้าใยกัญชงย้อมสีธรรมชาติ ที่ระบายอากาศได้ดี เย็นสบายในช่วงหน้าร้อน และช่วยให้ร่างกายอบอุ่นในช่วงหน้าหนาว
โอกาสนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ สมาชิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภาคเหนือ เฝ้าถวายการบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขา ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ในการพัฒนาความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยได้พระราชทานคำแนะนำในการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ให้มีความร่วมสมัยเป็นสากล เป็นที่ต้องการของตลาด สามารถสร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัว อาทิ แผนกเครื่องปั้นดินเผา โครงการพัฒนาพื้นที่รอยต่อฯ บ้านทุ่งจี้ จังหวัดลำปาง โปรดให้ใช้ดินพอร์ซเลน พัฒนาเป็นเนื้อดินหล่อ ใช้เทคนิคขึ้นรูปด้วยพิมพ์ สีดินมีความสวยงามแล้ว แต่ต้องมีน้ำหนักเบา รวมทั้งนำลายสตรอว์เบอร์รี่ กระต่าย และไข่อีสเตอร์ มาเป็นลวดลายใหม่ และโปรดให้ทำถ้วยทำมัทฉะ เพิ่มเติม ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมและเป็นที่ต้องการของตลาด และชุด Tea Set โปรดให้ปรับเป็นสีธรรมชาติมากขึ้น
กลุ่มผ้าชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง โครงการศิลปาชีพ บ้านร่มฟ้าทอง จังหวัดเชียงราย ปักผ้าลายวิถีชีวิตชนเผ่าม้ง และปักลวดลายที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง โดยเพิ่มเติมจากคำแนะนำพระราชทาน โดยทำเป็นผ้าคลุมเตียงวิถีชนเผ่า, ผ้าปักลายวิถีชนเผ่า, หมอนอิงปักรูปผู้หญิงกับม้า และรูปม้า
ทายาทศิลปาชีพ กลุ่มผ้าชาวไทยภูเขาเผ่าเมี่ยน สมาชิกศิลปาชีพบ้านวังใหม่ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ที่ถอดกราฟวางลายพระราชทานให้สมาชิก ทำให้ได้รับรางวัลชนะเลิศ เหรียญทอง ประเภทผ้าปัก ประจำปี 2568 โดยผ้ากัญชงปักลายม้าคู่ ใช้เส้นฝ้ายแท้ย้อมสีธรรมชาติ รวมทั้งผ้าปักกัญชง เนื้อผ้าสีธรรมชาติของเส้นใยกัญชง เส้นฝ้ายสีดำ ปักลายดั้งเดิมของชนเผ่า โปรดให้ทดลองทำเป็นกระเป๋า และตกแต่งด้วยผ้าเผ่าเมี่ยน
ในการนี้ โปรดให้ ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก, ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย, ผู้เชี่ยวชาญการย้อมสีธรรมชาติ, นักวิชาการ และนักออกแบบชั้นนำของประเทศ ให้คำแนะนำแก่ช่างทอผ้า ช่างจักสาน ผู้ประกอบการ และนักศึกษา คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสาขาแฟชั่นและสิ่งทอ จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ อาทิ นำเส้นใยจากธรรมชาติมาใช้ให้มากที่สุด, การออกแบบให้ตรงความต้องการของตลาด, การนำอัตลักษณ์ของท้องถิ่น มาต่อยอดร่วมกับลายผ้าพระราชทาน, การใช้สีจากหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เพื่อให้ทันสมัยและเป็นที่ต้องการของตลาด, การทอ เนื้อผ้าต้องเรียบเนียน นำไปทำเสื้อผ้าแล้วสวมใส่สบาย
ก่อนเสด็จกลับ ทอดพระเนตรการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน โดยนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชุด "ศรีสิริวัณณาภิรมย์ งามสมแดนดินล้านนา" เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความจงรักแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ "นพบุรีศรีเชียงใหม่น้อมเทิดไท้พระองค์หญิง" เป็นขบวนบายศรีแบบล้านนา เพื่อต้อนรับผู้มีเกียรติสูงสุด พร้อมทั้งการเทิดพระเกียรติของชาวล้านนาที่มีความจงรักภักดี และพร้อมใจร่วมแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาถวายอย่างสมพระเกียรติ มีขบวนแห่บายศรี ประกอบการบรรเลงดนตรีสดและการขับร้องจ้อย, การรำเทิดพระเกียรติ ประกอบการบรรเลงดนตรีสดและการขับร้องซอ ทำนองอื่อ และการรำศิลปวัฒนธรรม
และ "สุขสราญเชียงใหม่ไทยแลนด์" สื่อถึงดินแดนล้านนา หรือเชียงใหม่ ที่ยังคงรากเหง้าความแข็งแกร่งทางศิลปวัฒนธรรม มีการพัฒนาอย่างร่วมสมัย เปรียบดั่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระสิริโฉมและพระปรีชาสามารถในโลกสมัยใหม่ เป็นการเต้นร่วมสมัย ร่วมกับกลองสะบัดชัย ขบวนเสลี่ยง และวงดนตรีสากลบรรเลงเพลงสาวเชียงใหม่ และเพลงสาวสันกำแพง