เจาะประเด็นข่าว 7HD - เมื่อปีที่แล้ว มีหญิงสาวอายุ 21 ปี ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน ผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง เพราะฝนเพิ่งหยุดตกไปได้ไม่นาน ถนนลื่นเลยทำให้เธอประสบอุบัติเหตุ แต่กลายเป็นว่าแทนที่จะส่งตัวเธอ ไปโรงพยาบาล กลับส่งเธอไปโรงพัก จนเธอเสียชีวิตที่นั่น และผ่านจนถึงวันนี้คดีก็ไม่คืบหน้า
แค่ได้พูดถึงลูก ที่ต้องจากไปแบบที่ยังค้างคาใจ ก็ทำให้ นางสมาภรณ์ แม่ของผู้เสียชีวิต ร้องไห้เป็นพัก ๆ สิ่งที่เธอคาใจที่สุด คือถ้าวันนั้น เจ้าหน้าที่กู้ภัย และตำรวจ เฉลียวใจมองออกว่าเรื่องนี้ ควรต้องส่งไปโรงพยาบาลก่อน เรื่องก็อาจไม่จบลงด้วยเหตุสลดใจแบบนี้
แม่ของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ลูกสาวขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน คืนวันที่ 20 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ระหว่างทางเหยียบน้ำท่วมขัง ทำให้ช่วงตี 02.20 น. ประสบอุบัติเหตุรถล้มได้รับบาดเจ็บ แต่แทนที่จะพาส่งโรงพยาบาล กลับพาไปส่งที่โรงพัก เพราะกู้ภัยบอกว่า ได้กลิ่นสุราคิดว่า น่าเมาแล้วขี่รถล้ม ดูตามร่างกายไม่มีบาดแผลใด ๆ นอกจากรอยถลอก และใบหน้าบวม
จนเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ตำรวจที่ยังทำงานอยู่ เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ มีอาการชักเกร็ง จึงเรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาปฐมพยาบาล แต่ก็ยังไม่พาไปโรงพยาบาล กลับปั๊มหัวใจอยู่แบบนั้นเป็นชั่วโมง จนสุดท้ายหญิงรายนี้ เสียชีวิตบนโรงพัก และผลการวินิจฉัยจากแพทย์ ก็พบว่า เธอเสียชีวิต เพราะเลือดออกในช่องอก จากปอดฉีกขาดฯ
ทีมข่าวสอบถามเรื่องนี้ไปยัง ตำรวจ สน.พหลโยธิน บอกว่า ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาแล้ว เบื้องต้นคาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ในการรวบรวมพยานหลักฐานให้เกิดความชัดเจน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่ยืนยันได้ว่า มีการกำชับแนวทางปฏิบัติอย่างเข้มงวดไปแล้ว ว่าหากพบผู้ที่มีอาการป่วย บาดเจ็บ หรือหมดสติ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพมึนเมา หรือไม่ จะต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลให้แพทย์วินิจฉัยอาการทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก