ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตามกันต่อกับคดีที่ น้องแพรว สาวเสิร์ฟ อายุ 22 ปี ถูกฆาตกรรมภายในบ้านพัก ตอนแรกเหมือนจะเป็นฆ่าชิงทรัพย์ แต่สุดท้ายคนร้ายเป็นคนใกล้ตัว ที่หมายจะล่วงละเมิดทางเพศแต่ไม่สำเร็จ
คดีนี้เกิดที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ นางสาวยุพา อายุ 22 ปี หรือ แพรว พนักงานเสิร์ฟของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ถูกพบเป็นศพในห้องนอน ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งกลางสวนลำใย เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา
ตอนแรก ตำรวจ สภ.หางดง ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหมวกและกระเป๋าสะพาย ของผู้เสียชีวิต ถูกใส่ถุง นำไปทิ้งอยู่บริเวณริมถนนหน้าบ้าน รวมกับขยะอื่น จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ตอนแรกคาดการณ์ว่า อาจเป็นฆ่าชิงทรัพย์ และอาจมีการล่วงละเมิดทางเพศ
แต่สุดท้าย ตำรวจก็ต่อจิ๊กซอว์ ปะติดปะต่อเรื่องราว และไล่เรียงไทม์ไลน์จากกล้องวงจรปิดโดยรอบ จนมีผู้ต้องสงสัย จึงได้เชิญตัวมาสอบปากคำ
จนช่วงค่ำวานนี้ (8 มี.ค.) สามารถจับผู้ก่อเหตุได้แล้ว ซึ่งไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน เป็นสามีของลูกพี่ลูกน้องผู้เสียชีวิต ชื่อ นายภาณุวัฒน์ หรือ ปอนด์ อายุ 31 ปี ซึ่งในวันที่พบศพ ก็ตีเนียนว่าเพิ่งมาเจอศพ และทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
ซึ่งนายปอนด์ทำหน้าเป็นคนเฝ้าบ้านเช่าและดูแลสวนลำไยที่เกิดเหตุ ได้ค่าจ้างเดือน 12,000 บาท ส่วนพฤติกรรมส่วนตัว จะเป็นคนมีอารมณ์ทางเพศสูง เพราะเจอคลิปลามกในโทรศัพท์มือถือ
โดยนายปอนด์สารภาพว่า วันนั้นจะเข้ามาตัดแต่งกิ่งไม้ แต่ระหว่างทางได้แวะดื่มเหล้าร้านของชำ จนเมาเกิดอารมณ์ทางเพศ แล้วนึกขึ้นได้ว่า น้องแพรว ผู้เสียชีวิต อยู่บ้านเช่าลำพัง จึงแอบเข้ามาในบ้าน
ซึ่งห้องนอนผู้เสียชีวิตประตูเป็นบานเลื่อนล็อกไม่ได้ นายปอนด์จึงเข้าห้องนอนโดยง่าย ก่อนใช้ผ้าห่มคลุมตัวน้องแพรวไว้ แต่น้องแพรวดิ้นรนต่อสู้ร้องเสียงดัง นายปอนด์จึงมือบีบคอและใช้สายที่หนีบผมรัดคอ
ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าน้องแพรวเสียชีวิต และพยายามจะข่มขืนแต่พบว่าน้องแพรวมีประจำเดือนจึงไม่ได้ก่อเหตุ
จากนั้นแกล้งทำเป็นว่ามีคนเข้ามาขโมยของน้องแพรว ก่อนจะเอาทินเนอร์มาเช็ดตามจุดต่าง ๆ เพื่อลบลอยนิ้วมือ แล้วทำทีว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและกลับไปอยู่บ้าน กระทั่งต่อมามีคนเจอศพน้องแพรว ซึ่งนายปอนด์กับแฟนสาวยังทำตัวเป็นพลเมืองดีเป็นพยานในดคีนี้อีกด้วย
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 บอกว่า สาเหตุที่ตำรวจรู้ว่าเป็นนายปอนด์ เพราะนายปอนด์ให้การมีพิรุธ ระบุเรื่องสถานที่อยู่ไม่ชัดเจน เมื่อจำนนต่อหลักฐาน จึงยอมรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง
และความคืบหน้าเช้าวันนี้ ตำรวจยังคุมตัวนายปอนด์ไว้ที่โรงพัก เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ในส่วนของโทรศัพท์มือถือน้องแพรวที่หายไป ตอนแรกนายปอนด์ยังปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป และตำรวจยังพบว่ามีสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท หายไปด้วย ตำรวจจะเร่งสอบปากคำและตามของกลับมาคืนให้ญาติ
ส่วนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตอนนี้ยังไม่มีการนำตัวผู้ต้องหาไปทำ เนื่องจากทั้งชาวบ้าน และญาติของผู้เสียชีวิต อาจรอรุมประชาทัณฑ์ได้ ซึ่งวันนี้ ตำรวจบอกว่า ผู้ต้องหามีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนร่างของน้องแพรว ตอนนี้ยังอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งญาติจะไปรับศพบ่ายนี้ เพื่อทำพิธีทางศาสนาต่อไป