น้องชายสุดทน! พี่ชายทาสยานรก ทำร้ายร่างกายพ่อพิการ-หลานชายวัย 3 ขวบ ชักปืนจะยิงคนในบ้าน น้องชายแย่งปืนได้ ยิง 2 นัดดับคาบ้าน ก่อนเข้ามอบตัว เผยทำร้ายพ่อ-ทำลายข้าวของมานานนับ 10 ปี
เมื่อเวลา 19.15 น. วานนี้ (8 มี.ค. 69) พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ซูซั่น รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองตรัง ปฎิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวน ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายกันด้วยอาวุธปืน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 คน เหตุเกิดภายในบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง
ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อภายหลังคือ นายพีระพงษ์ อายุ 41 ปี อยู่ในสภาพไม่รู้สึกตัว จับชีพจรไม่ได้ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองพกสั้นไทยประดิษฐ์ หรือค้อนตราควาย จำนวน 2 นัด กระสุนเจาะเข้าที่หน้าอกขวา 1 นัด และท้ายทอย 1 นัด นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นภายในบ้าน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้ให้การช่วยเหลือ โดยการทำ CPR และ AED ก่อนจะนำตัวส่งต่อให้กับทีมกู้ชีพ รพ.ตรัง โดยเคลื่อนย้ายนำส่ง รพ.ตรัง ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ขณะที่ผู้ก่อเหตุ คือ นายพงษ์ทวี อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นน้องชายของผู้เสียชีวิต อาศัยอยู่บ้านหลังเกิดเหตุเช่นเดียวกัน ภายหลังจากก่อเหตุ ไม่มีพฤติกรรมหลบหนี เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บจากการถูกปืนสะบัดใส่ที่มือด้านขวา โดยทำการเย็บบาดแผล 4 เข็ม
นายพงษ์ทวี ให้การว่า ตนสุดจะทนแล้ว ที่ผ่านมาพี่ชายทำร้ายร่างกายพ่อมาตลอด ก่อนเกิดเหตุ พี่ชายเมายาเสพติดและเมาเหล้าขาวกลับมาบ้าน ก่อนจะตี ทำร้ายร่างกายลูกชายตนวัย 3 ขวบ จนลูกตนร้องไห้ แต่ก็ไม่ได้มีใครต่อว่าอะไร และในขณะเดียวกันพ่อของตน ซึ่งพิการทางขา กำลังใช้ไม้เท้าสี่ขา หรือวอล์กเกอร์ จะเดินไปอาบน้ำในห้องน้ำ แต่ปรากฏว่าพ่อได้ทำไม้เท้าตก แต่พี่ชายนึกว่าพ่อไม่พอใจ ก่อนพี่ชายจะเดินไปทะเลาะกับพ่อ พร้อมกับทำร้ายร่างกายและบีบคอพ่อ ตนจึงเข้าไปห้ามปราม จนพี่ชายมามีปากเสียงกับตนต่อ
จังหวะนั้นพี่ชายขู่คนในบ้านว่า “เดี๋ยวพบกับกู” ก่อนจะออกไปจากบ้าน และกลับมาพร้อมกับอาวุธปืนไทยประดิษฐ์และกระสุนปืนที่ห่อด้วยผ้ามา ซึ่งจังหวะที่พี่ชายเอาปืนออกจากผ้า กระสุนได้ตกลงพื้น 1 นัด และจังหวะเดียวกันนั้นพี่ชายกำลังจะใช้อาวุธปืนยิงคนในบ้าน ตนจึงได้เข้าไปยื้อแย่ง ก่อนจะยิงพี่ชายเข้าไปที่หน้าอก 1 นัด และตนได้หยิบกระสุน 1 นัดที่ตกอยู่บนพื้นบรรจุเข้าไปใหม่และยิงซ้ำเข้าไปที่ท้ายทอยอีก 1 นัด ก่อนจะเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ขณะที่นายสมบูรณ์ อายุ 69 ปี ผู้เป็นพ่อของทั้ง 2 คน ซึ่งยังตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เล่าว่า ตนมีลูกชาย 2 คน บ้านหลังนี้อาศัยอยู่กัน 6 คน มี ตน ภรรยา ลูกชายคนโต (ผู้เสียชีวิต) ลูกชายคนเล็ก (ผู้ก่อเหตุ) ภรรยาลูกชายคนเล็ก และหลาน (ลูกของลูกชายคนเล็ก) อีก 2 คน
โดยก่อนเกิดเหตุ นายพีระพงษ์ (ลูกชายคนโต) ได้ทำร้ายหลานซึ่งเป็นลูกของน้องชายวัย 3 ขวบ และจะตบภรรยาของน้องชายที่กำลังอุ้มลูกวัย 3 ขวบอยู่ด้วย และได้มาทำร้ายตนโดยการตบในห้องนอน ขณะที่ตนทำไม้เท้าตก เนื่องจากพิการขาด้านซ้ายขาด โดยเข้ามาถามตนว่าจะเอายังไง ตนก็ยังบอกไปว่าให้ใจเย็น ๆ แต่ก็มาผลักและทำร้ายตน โดยที่ นายพงษ์ทวี (ลูกชายคนเล็ก) ก่อเหตุลงไปเพราะสุดทนกับพฤติกรรมของพี่ชายมาหลายปีแล้ว
นายสมบูรณ์ เล่าอีกว่า ที่ผ่านมา นายพีระพงษ์ ได้ไปทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่มีครอบครัว ก่อนจะกลับมาอาศัยที่บ้านแห่งนี้เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา แต่หลังจากกลับมาปรากฏว่าได้ติดยาเสพติด เสพยาบ้า และติดสุรา ดื่มเหล้าขาวทั้งวัน เป็นระยะเวลาหลาย 10 ปี ทำร้ายร่างกายตนเองมาโดยตลอดนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งบีบคอ ตบ ตี และทำลายข้าวของภายในบ้าน ทำลายตัวบ้านเป็นประจำ วันนี้ก่อนเกิดเหตุก็เพิ่งจะทำลายกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าพังไป 1 ลูก และที่ผ่านมา ตนก็แจ้งตำรวจ จนตำรวจเข้ามาระงับเหตุและมีประวัติมาโดยตลอด
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุในข้อหา ฆ่าผู้อื่น และ พ.ร.บ.อาวุธปืน ก่อนจะควบคุมตัวและเตรียมนำตัวส่งศาล จ.ตรัง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป