จำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา อดีต สส.ก้าวไกล รู้อยู่แล้วขาดคุณสมบัติ แต่ลงแข่งเลือกตั้งปี 66

จำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา อดีต สส.ก้าวไกล รู้อยู่แล้วขาดคุณสมบัติ แต่ลงแข่งเลือกตั้งปี 66

View icon 201
วันที่ 9 มี.ค. 2569 | 14.31 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ศาลระยอง สั่งจำคุก 1 ปี “อดีต สส.ก้าวไกล” รู้อยู่แล้วขาดคุณสมบัติ แต่ลงแข่งเลือกตั้งปี 66 ไม่รอลงอาญา ชี้ ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับบุคคลอื่น เจ้าตัวยื่นประกัน ศาลอนุญาตตีราคา 1.5 แสนบาท

วันนี้ (9 มี.ค.69) ศาลจังหวัดระยอง ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดระยอง ยื่นฟ้อง นายนครชัย ขุนณรงค์ อดีต สส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล เป็นจำเลย ในความผิดฐานลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเองขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน

คำฟ้องระบุว่า จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน ในคดีลักทรัพย์ ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2626/2558 ของศาลจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา การต้องโทษดังกล่าวเข้าลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 42 (12) แห่ง พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 ทำให้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. นายนครชัยทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวดีอยู่แล้ว แต่ยังคงยื่นใบสมัครและเอกสารประกอบ พร้อมให้ถ้อยคำต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 ว่า ตนมีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่เป็นบุคคลต้องห้าม อันเป็นข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่รับสมัครเลือกตั้ง

ภายหลังการเลือกตั้ง นายนครชัยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดระยอง และดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.- 3 ส.ค. 2566 ในช่วงเวลาดังกล่าว จำเลยได้รับเงินประจำตำแหน่งและผลประโยชน์อื่นจากการดำรงตำแหน่ง รวมเป็นเงินจำนวน 402,055 บาท ขอให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี เเละคืนเงินทั้งหมดเเก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้เเทนราษฎร

โดยนัดสืบพยานจำเลยเมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา จำเลยขอถอนคำให้การเดิมที่ให้การปฏิเสธ เป็นรับสารภาพตามฟ้อง โจทก์และจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน พร้อมขอเลื่อนฟังคำพิพากษา เพื่อจัดเตรียมเงินชำระคืนตามที่โจทก์ร้องขอบางส่วน และประสงค์จะคืนเงินประจำตำแหน่งให้ครบถ้วน

ศาลเห็นว่ากรณีมีเหตุอันสมควร จึงให้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 9 มี.ค. โดยนัดฟังคำพิพากษาวันนี้จำเลยเดินทางมาศาล

ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 137  พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯ มาตรา42 (12), 151 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่ว่าตนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี

อนึ่ง การกระทำของจำเลยที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยรู้อยู่ว่าตนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวเป็นตำแหน่งที่เป็นตัวแทนของประชาชนชาวไทยและได้รับตำแหน่งจากการเลือกตั้ง โดยจำเลยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวไทยในเขตที่ตนลงสมัครจนชนะการเลือกตั้งได้ดำรงแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่จำเลยกลับเพิกเฉยต่อกฎหมาย เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่น กรณีจึงไม่สมควรรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลย และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 20 ปี กับให้จำเลยคืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดำรงตำแหน่งเป็นเงิน 402,055 ให้แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2568 ศาลจังหวัดระยอง เคยมีคำพิพากษาในคดีแพ่ง ให้จำเลยชดใช้ฐานทำให้รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งใหม่เป็นเงินต้น 7,735,942 บาท รวมดอกเบี้ย 492,806 บาท รวมทั้งสิ้น 8,228,748
บาท

โดยภายหลังฟังคำพิพากษานายนครชัย ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลพิจารณาเเล้วอนุญาตปล่อยชั่วคราวตีราคาประกัน 1.5 เเสนบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง