กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุม นายพิทักษ์พงษ์ฯ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา
ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายถูกชักชวนผ่านสื่อออนไลน์ให้ร่วมลงทุนเทรดหุ้นผ่านแอปพลิเคชันชื่อ “IBMP” โดยมีกลุ่มบุคคลแอบอ้างตนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน คอยแนะนำการเทรดและแสดงผลกำไรที่ดูน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างความไว้วางใจให้ผู้เสียหายโอนเงินลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
ผู้เสียหายได้โอนเงินเข้าระบบหลายครั้งตามคำแนะนำของกลุ่มคนร้าย โดยในแอปพลิเคชันปรากฏ ยอดกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เชื่อว่าการลงทุนประสบผลสำเร็จ กระทั่งเมื่อผู้เสียหายประสงค์จะถอนเงินกลับไม่สามารถดำเนินการได้ โดยผู้ต้องหาอ้างเหตุผลว่าต้องทำ “ภารกิจ” หรือเงื่อนไขบางประการให้ครบถ้วนก่อน จึงจะสามารถถอนเงินได้และยังพยายามให้โอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบ
ภายหลังผู้เสียหายเริ่มสงสัยและตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม จึงทราบว่าถูกหลอกลวง และไม่สามารถติดต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้อีก ผู้เสียหายจึงเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้าย
ตามกฎหมาย ซึ่งการหลอกลวงของกลุ่มคนร้ายทำให้ผู้เสียหายสูญเสียเงินรวมกัน เป็นเงินจำนวน 18,844,372 บาท
ต่อมาจากการสืบสวนและสอบสวน พบว่ากลุ่มคนร้ายหลังจากได้รับโอนเงินจากผู้เสียหายแล้วได้มี
การโอนเงินต่อไปยังบัญชีธนาคารต่างๆ จำนวนหลายบัญชี ก่อนมีการถอนเงินสดออกมา ไม่ว่าจะเป็นการถอนผ่านตู้ ATM หรือถอนเงินสดผ่านเจ้าหน้าที่ธนาคาร โดยเจ้าของบัญชีที่รับโอนจากผู้เสียหายเป็นผู้เบิกถอน
เงินสดด้วยตนเอง เพื่อแลกกับค่าจ้าง ( ม้ากด/ม้าถอนเงินสด) ซึ่งผู้ถอนเงินสดเหล่านี้จะมีผู้ควบคุมและพามาเบิกถอนด้วยเสมอ และหลังจากเบิกถอนเงินสดแล้วก็จะนำเงินสดส่งต่อให้กับผู้มีหน้าที่รับเงินสดเพื่อนำไปมอบให้กับ บอส (Boss) คนจีน ซึ่งจากการสืบสวนและขยายผล มีพยานหลักฐานปรากฎว่า นายพิทักษ์พงษ์ฯ
มีหน้าที่เป็นผู้รวบรวมเงินจากกลุ่มม้ากดเงินสด เพื่อนำไปให้กับบอสคนจีน ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวน
สภ.โพธิกลาง จ.นครราชสีมา ได้ออกหมายจับนายพิทักษ์พงษ์ฯ ไว้แล้ว
หลังจาก นายพิทักษ์พงษ์ฯ ทราบว่ากลุ่มขบวนการของตนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเพื่อดำเนินคดี
ตามกฎหมาย นายพิทักษ์พงษ์ฯ ได้หลบหนีหมายจับไปอยู่ที่บริเวณ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ขณะที่กำลังเฝ้าติดตาม นายพิทักษ์พงษ์ฯ เพื่อที่จะติดตามจับกุม ทราบว่า
นายพิทักษ์พงษ์ฯ ขับขี่รถยนต์หลบหนีจากพื้นที่ จ.เชียงราย มุ่งหน้า จ.กรุงเทพมหานครฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เฝ้าสะกดรอยจนพบรถยนต์ที่ นายพิทักษ์พงษ์ฯ ขับขี่มาจอดอยู่บริเวณลานจอดรถยนต์ภายในซอย
แจ้งวัฒนะ 17 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนหาข่าวบริเวณโดยรอบจนพบว่า นายพิทักษ์พงษ์ฯ ได้หลบหนีหมายจับมาพักอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี
เมื่อทราบดังนั้นจึงได้เฝ้าสังเกตุการณ์จนพบชายลักษณะคล้ายผู้ต้องหา เดินออกมาบริเวณหน้าห้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้แสดงตนเข้าจับกุมตัว นายพิทักษ์พงษ์ฯ ตามหมายจับ ส่ง พงส.สภ.โพธิกลาง จ.นครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป