ข่าวภาคค่ำ - หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ช่วงเย็นที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมด่วน เพื่อหามาตรการรับมือกับวิกฤตพลังงาน
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า รัฐบาลยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซลต่อไปอีกตามประกาศไว้ 15 วัน หลังจากนั้น จะประชุมพิจารณาอีกครั้ง ยืนยันว่า น้ำมันในประเทศ ขณะนี้ไม่ได้ขาดแคลน
ด้าน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลยังคงมาตรการระงับการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศชั่วคราว ยกเว้นการส่งออกไปยังเมียนมา และ สปป.ลาว พร้อมปรับสูตรน้ำมันดีเซล จากดีเซลบี 5 เป็น บี 7 ช่วยทำให้ปริมาณสำรองน้ำมันในประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้น และให้มีผลวันที่ 14 มีนาคมเป็นต้นไป และปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้ E20 ถูกกว่า E10 ประมาณ 3 บาท จากเดิมราคาถูกกว่าแค่ 2 บาท เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้มากขึ้น
รวมถึง ขยายมาตรการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม หรือ LPG ต่อไปจนถึงเดือนพฤษภาคม จากเดิมจะสิ้นสุดมาตรการในเดือนมีนาคมนี้ และยังคงจัดหาก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอื่น ซึ่งขณะนี้ทดแทนการนำเข้าจากกาตาร์ได้แล้ว ยืนยันมีก๊าซฯ เพียงพอผลิตไฟฟ้าช่วง 2 เดือนนี้
ส่วนสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ยอมรับว่า ขณะนี้เริ่มติดลบเล็กน้อย หลังตรึงราคาดีเซลในช่วงที่ผ่านมา แต่ถือเป็นบทบาทของกองทุนที่ใช้ดูแลเสถียรภาพราคา จากในอดีตเคยติดลบสูงถึง 1.2 แสนล้านบาท
ย้ำว่า สำหรับน้ำมันเบนซิน คงเห็นราคาปรับขึ้นแน่นอน แต่เป็นการปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป
ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ กระทรวงพลังงานจะนำมาตรการประหยัดพลังงานเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เช่น การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเซียส การแต่งกายไม่ต้องใส่สูทผูกไท การปิดไฟเมื่อไม่ได้ใช้งาน และขอความร่วมมือ Work Form Home เน้นประชุมออนไลน์แทน เพื่อลดการเดินทาง
และตั้งแต่ 05.00 น. ของวันพรุ่งนี้ สถานีบริการน้ำมันโออาร์และบางจาก จะปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน และแก๊สโซฮออล์ 50 สตางค์ต่อลิตร และปรับลดราคา E20 และ E85 ลง 50 สตางค์ต่อลิตร ส่วนดีเซลราคาคงเดิม