เช้านี้ที่หมอชิต - แรงกระเพื่อมสงครามในตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งปี๊ดราวกับขีปนาวุธที่ต่างฝ่ายต่างใช้โจมตีใส่กัน เมื่อวาน ราคาพุ่งทะลุ 120 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ตามรายงานระบุว่าการขยับขึ้นของราคาน้ำมันดิบโลก เมื่อวาน ทุบสถิติสูงสุดในรอบ 4 ปี สร้างความวิตกกังวลต่อความมั่นคงด้านพลังงาน กระทบต้นทุนสินค้า และลามถึงค่าครองชีพของประชนชนในหลายประเทศทั่วโลกต้องจ่ายเพิ่มขึ้น แม้แต่ไทยเองรัฐบาล ต้องขยับกางแผนรับมือวิกฤตพลังงานเร่งด่วน
โดยไฟเขียวปรับเพดานราคาน้ำมันขายปลีก ทั้งสถานีบริการน้ำมันโออาร์
และบางจาก ปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน และแก๊สโซฮออล์ 50 สตางค์ต่อลิตร ขณะเดียวกันได้ปรับลดราคา E20 และ E85 ลง 50 สตางค์ ต่อลิตร ส่วนน้ำมันดีเซล ยังคงราคาเดิมไปก่อน
ก่อนจะไฟเขียวให้ปรับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ ต้องย้อนไปช่วงเย็น เมื่อวาน นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมด่วน เพื่อหามาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน ซึ่งได้ข้อสรุปว่า รัฐบาลยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซล ต่อไป อีกตามประกาศไว้ 15 วัน หลังจากนั้นจะประชุมพิจารณาอีกครั้ง โดยรัฐบาลยืนยันว่า น้ำมันในประเทศ ขณะนี้ไม่ได้ขาดแคลน
ด้าน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลยังคงมาตรการระงับการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศชั่วคราว ยกเว้นการส่งออกไปยังเมียนมา และ สปป.ลาว
พร้อมปรับสูตรน้ำมันดีเซล จากดีเซลบี 5 เป็น บี 7 ช่วยทำให้ปริมาณสำรองน้ำมัน ในประเทศ มีเสถียรภาพมากขึ้น และให้มีผลวันที่ 14 มีนาคมเป็นต้นไป และปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้ E20 ถูกกว่า E10 ประมาณ 3 บาท จากเดิมราคาถูกกว่าแค่ 2 บาท เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้มากขึ้น
มาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน ยังรวมถึงการตรึงราคาก๊าซหุงต้มด้วย ต่อไปจนถึงเดือนพฤษภาคม โดยทำงานควบคู่กับจัดหาก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอื่นโดยล่าสุดนำเข้าจากกาตาร์มาทดแทนได้แล้ว พร้อมยืนยันว่า มีก๊าซฯ เพียงพอผลิตไฟฟฟ้าช่วงเดือนนี้ และเมษายน
ส่วนสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยอมรับว่า ขณะนี้เริ่มติดลบเล็กน้อย หลังตรึงราคาดีเซลในช่วงที่ผ่านมา แต่ถือเป็นบทบาทของกองทุนที่ใช้ดูแลเสถียรภาพราคาจากในอดีตเคยติดลบสูงถึง 120,000 ล้านบาท โดยย้ำว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน เป็นการปรับเเบบค่อยเป็นค่อยไป