วุ่นทั้งบ้าน ผัวติดยาฯ ไม่พารักษา

View icon 31
วันที่ 10 มี.ค. 2569 | 06.46 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - แค่คน ๆ เดียว ทำวุ่นวายกันทั้งบ้าน เพราะผลข้างเคียงจากการเสพยาบ้าอย่างหนัก จนประสาทหลอน แต่ครอบครัวไม่ยอมพาไปรักษา ให้กินแต่ยากล่อมประสาท

วุ่นทั้งบ้าน ผัวติดยาฯ ไม่พารักษา จ.สุพรรณบุรี
คนพร้อม อุปกรณ์พร้อม แต่ยังเข้าใกล้ไม่ได้ ตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณบุรี ทำได้แค่การเจรจาเกลี้ยกล่อมผ่านรั้วบ้าน ในพื้นที่ตำบลดอนโพธิ์ทอง เพื่อให้นายทองดี อายุ 60 ปี มีอาการสงบลง หลังจากเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ตะโกนโวยวายอยู่ในบ้าน และสั่งลูกสาวกับหลานสาวให้ปิดประตูบ้าน

ภรรยานายทองดี ที่อยู่นอกบ้าน ต้องแจ้งตำรวจให้เข้าไประงับเหตุ แต่ระหว่างการเจรจา ก็ถูกนายทองดีด่ากลับ ทั้งตำรวจและนักข่าว จนเวลาล่วงเลยไปกว่า 4 ชั่วโมง สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น ตำรวจจึงส่งสัญญาณให้คนในบ้านเปิดประตู และใช้อุปกรณ์เหล็กง่ามบุกเข้าชาร์ททันที

หลังการถูกคุมตัว นายทองดี ก็ยังประคองสติตัวเองไม่ได้ คราวนี้งัดกฎหมายออกมาข่มขู่ จะแจ้งข้อหาทุกคน บุกรุกเคหสถาน และทำร้ายร่างกาย จนภรรยาต้องใช้น้ำเปล่าเข้าลูบหน้าลูบตัว เพื่อให้ใจเย็นลง แต่ก็ถูกนายทองดีโวยวายใส่ จนเหลืออด ตบปากสามีตัวเองไปหลายทีให้หยุดโวยวายได้แล้ว

สำหรับนายทองดี มีอาการหลอนจากการเสพยาบ้ามาเป็นปีแล้ว แต่ครอบครัวไม่เคยพาเข้ารับการรักษา ได้แต่ซื้อยากล่อมประสาทมาให้กิน เพื่อบรรเทาอาการเท่านั้น แรก ๆ ก็เหมือนกับว่ายาจะควบคุมได้ แต่มาระยะหลัง ยิ่งกินอาการยิ่งกำเริบ กระทั่งเมื่อวาน (9 มี.ค.) เริ่มคลุ้มคลั่งขึ้นมา

ตร.สยบชายคลั่งทั้งน้ำตา จ.ระยอง
ที่ตำบลตะพง อำเภอเมืองระยอง เป็นเหตุชาย อายุ 49 ปี คลั่ง ทำลายทรัพย์สินในบ้าน จำไม่ได้แม้กระทั่งครอบครัวตัวเอง ใครเข้าห้ามทำร้ายหมด

เพื่อนบ้านต้องโทรแจ้งตำรวจ สภ.เมืองระยอง ให้มาควบคุมตัว แต่ชายคนดังกล่าว กลับวิ่งไปขังตัวเองในห้องน้ำ ก่อนที่จะออกมาพร้อมท่อนเหล็กในมือ และวิ่งหายเข้าไปห้องครัวหลังบ้าน

ตำรวจประเมินว่า การเข้าจับกุมอาจเกิดอันตรายได้ เพราะพื้นที่แคบ และไม่รู้ว่าผู้ก่อเหตุมีอาวุธอื่นนอกเหนือจากท่อนเหล็กที่ถืออยู่ในมือหรือไม่ จึงสั่งถอนกำลัง และล้อมตัวบ้านไว้ จากนั้นใช้ก๊าซน้ำตาโยนเข้าไป แต่รัศมีควันฟุ้งกระจายออกมา จนแสบตา ต้องล่าถอยกันออกมาอีก รอจนควันเบาบาง นำเหล็กง่ามเข้าไปคุมตัวออกมา ส่งตัวไปโรงพยาบาล

ครอบครัว บอกว่า ผู้ก่อเหตุเคยเข้าสู่กระบวนการบำบัดมาแล้ว แต่คาดว่าน่าจะแอบเสพยาอีก ทำให้อาการที่เคยสงบลงกลับมากำเริบ ครั้งนี้ตั้งใจว่าจะควบคุมพฤติการณ์ และพาตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดอย่างจริงจัง แม้อาการอาจจะไม่หายขาด แต่ก็น่าจะทำให้ครอบครัวลดความตื่นกลัวได้มาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง