สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำราคาน้ำมันพุ่งสูง ส่งผลกระทบ สายการบินหลายแห่งทยอยขึ้นค่าตั๋ว และยังกระทบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า สายการบิน Air New Zealand กำลังปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเนื่องจาก สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เน้นย้ำให้เห็นว่าสายการบินทั่วโลกกำลังรับมือกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
สายการบินแห่งชาติของนิวซีแลนด์ระบุว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน ซึ่งก่อนเกิดความขัดแย้งอยู่ที่ประมาณ 85 ถึง 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 150 ถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาตั๋วเครื่องบินในบางเส้นทางพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ก่อให้เกิดความกังวลว่าการเดินทางจะซบเซาอย่างรุนแรงและอาจนำไปสู่ การระงับการบินเป็นวง บริษัทจึงตัดสินใจระงับการคาดการณ์ผลประกอบการปี 2026 เนื่องจากสถานการณ์สงครามยังมีความไม่แน่นอนสูง
สายการบินแอร์นิวซีแลนด์ ระบุว่าได้ปรับขึ้นราคาตั๋วแบบเที่ยวเดียวในชั้นประหยัด ได้แก่เที่ยวบินภายในประเทศ เพิ่ม 10 ดอลลาร์นิวซีแลนด์, เที่ยวบินระยะสั้นระหว่างประเทศ เพิ่ม 20 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ และเที่ยวบินระยะไกล เพิ่ม 90 ดอลลาร์นิวซีแลนด์
ส่วนราคาตั๋วเครื่องบินใน เส้นทาง เอเชีย – ยุโรป ก็ขึ้นราคาเช่นกัน เพราะมีเรื่องของการปิดน่านฟ้า และ ข้อจำกัดด้านความจุ
สายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์ระบุในเว็บไซต์ว่าจะปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 35.2% ตั้งแต่วันพฤหัสบดี โดยการปรับขึ้นสูงสุดจะเกิดขึ้นในเที่ยวบินระหว่างฮ่องกงกับมัลดีฟส์ บังกลาเทศ และเนปาล ซึ่งค่าธรรมเนียมจะเพิ่มขึ้นจาก 284 ดอลลาร์ฮ่องกงเป็น 384 ดอลลาร์ฮ่องกง
สายการบินคาเธย์แปซิฟิก กล่าวว่าได้ทบทวนค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นรายเดือน โดยเมื่อเดือนที่แล้วได้คงค่าธรรมเนียมไว้ที่ 72.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อเที่ยวสำหรับเที่ยวบินระหว่างฮ่องกง ยุโรป และอเมริกาเหนือ ก่อนที่ความขัดแย้งจะเริ่มต้นขึ้น
สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ ได้ยื่นขอให้รัฐบาลเวียดนาม ยกเลิกภาษีสิ่งแวดล้อมสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน เพื่อช่วยให้สายการบินสามารถดำเนินงานต่อไปได้ เป็นการช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของสายการเบิน
รัฐบาลเวียดนาม เปิดเผยว่า ต้นทุนการดำเนินงานของสายการบินเวียดนามเพิ่มขึ้น 60% ถึง 70% เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน และผู้จัดหาน้ำมันก็เริ่มเผชิญปัญหาในการตอบสนองความต้องการของสายการบิน
ความขัดแย้งยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยสายการบินต่างๆ กำลังเผชิญกับปัญหาน่านฟ้าที่ ต้องเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
บริษัท Hana Tour ของเกาหลีใต้ กล่าวว่าได้ยกเลิกทัวร์กลุ่มที่รวมเที่ยวบินไปยังตะวันออกกลาง และยกเว้นค่าธรรมเนียมการยกเลิกสำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยังระบุว่า ทัวร์ที่เกี่ยวข้องกับตะวันออกกลางทั้งหมดในเดือนมีนาคมจะถูกระงับ
ในประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวคาดการณ์ว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อนานกว่า 8 สัปดาห์ ประเทศไทยจะสูญเสียนักท่องเที่ยวไปทั้งหมด 595,974 คน และรายได้จากการท่องเที่ยว 40,900 ล้านบาท