เปิดมาตรการประหยัดพลังงานสู้วิกฤต

View icon 47
วันที่ 11 มี.ค. 2569 | 06.11 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - รัฐบาลสั่งหน่วยงานราชการ Work From Home และช่วยกันประหยัดพลังงาน โดยในอนาคตเตรียมพิจารณาเสนอมาตรการเพิ่มหากสถานการณ์รุนแรง อาทิ ปิดปั๊มน้ำมันในเวลา 22.00 น. ซึ่งตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น ไม่ต้องแตกตื่นตกใจแห่ไปเติมน้ำมัน

เมื่อวาน (10 มี.ค.) ที่ประชุม ครม. แม้ "นายกฯ อนุทิน" ลาประชุม แต่ได้มีข้อสั่งการให้เริ่มประหยัดพลังงาน สาเหตุสำคัญ คือต้องรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวน และลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ รวมถึงค่าครองชีพของประชาชน

แน่นอนว่าต้องเริ่มจากรัฐบาลทำให้เป็นตัวอย่าง โดยเมื่อวาน "นายกฯ อนุทิน" ได้สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้าอ่อน ไม่สวมสูท เข้าทำเนียบรัฐบาล เช่นเดียวกับบรรดารัฐมนตรี ต่างขานรับมาตรการประหยัดพลังงาน ถอดสูท ใส่เสื้อเชิ้ตขาว ไม่ผูกเน็กไทร่วมประชุม ครม. และไม่เพียงแค่รัฐมนตรีเท่านั้น เจ้าหน้าที่ต่างก็ขานรับกับนโยบายนี้ด้วย

สำหรับข้อสั่งการสำคัญของ "นายกฯ อนุทิน" คือ ให้หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ เริ่ม Work From Home ในส่วนงานที่ไม่กระทบกับบริการประชาชนได้ทันที และงดเดินทางไปศึกษาดูงาน และอบรมต่างประเทศ โดยให้ดําเนินการในประเทศแทน พร้อมทั้งขอให้ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ และพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปรับมาตรการได้อย่างเหมาะสม และทันท่วงที

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่า รัฐบาลต้องการให้ทุกหน่วยงาน ร่วมกันใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันยังคงรักษามาตรฐานการให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ที่ประชุม ครม. ยังรับทราบแนวทางมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ โดยเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นตัวอย่างให้กับของสังคม ทั้งการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม ประมาณ 26-27 องศาฯ ใส่เสื้อแขนสั้น งดการใส่สูท-ผูกเน็กไท ยกเว้นมีงานพิธีการ ลดการใช้ไฟฟ้าในอาคารสำนักงาน เช่น การปิดไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ใช้ระบบ Energy Saver สำหรับคอมพิวเตอร์ และปิดเครื่องเมื่อไม่ได้ใช้งาน ลดการใช้ลิฟต์  โดยส่งเสริมให้ใช้บันไดในระยะใกล้ ลดการใช้กระดาษและเครื่องถ่ายเอกสาร รวมถึงส่งเสริมการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเอกสาร ส่งเสริมประชุมออนไลน์ และ Work from Home

นอกจากนี้ยังมีมาตรการด้านการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง ทั้งการตรวจสอบสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ ขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม การใช้รถร่วมกัน วางแผนการเดินทางเพื่อลดพลังงานอย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลเห็นว่าสถานการณ์ยกระดับความรุนแรง จนกระทบกับการจัดหาพลังงาน จึงมีการเสนอมาตรการภาคบังคับเพิ่มเติม เช่น การลด หรือหรี่การใช้ไฟฟ้าในการโฆษณาป้ายสินค้า หรือบริการ, ป้ายชื่อร้าน, ป้ายโรงภาพยนตร์ของสถานที่ที่ทำธุรกิจตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป และมีการกำหนดระยะเวลาเปิด-ปิดปั๊มน้ำมัน ไม่เกินเวลา 22.00 น. มีข้อยกเว้นสถานีบริการบนทางหลวงหลัก ย้ำว่า มาตรการ 2 มาตรการหลัก ๆ นี้ยังไม่ได้ประกาศใช้ แต่อาจพิจารณาประกาศใช้หากสถานการณ์รุนแรง

สำหรับสถานการณ์พลังงานของไทย ล่าสุดไทยมีความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูป เฉลี่ยวันละประมาณ 124 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 5 มีนาคม ไทยมีน้ำมันสำรองรวม 8,055 ล้านลิตร สามารถรองรับความต้องการใช้ได้ในระดับหนึ่ง และยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเป็นสัดส่วนสูง โดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนว่าหากเกิดวิกฤตพลังงาน ไทยมีความเสี่ยงสูง เพราะพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง