"ทรัมป์" เตือน พร้อมโจมตีเรือวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ทุกลำ ขณะที่ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศแนะปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โพสต์ Truth Social เตือนอิหร่านล้มเลิกความพยายามในการนำเรือออกไปวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีและทำลายเรือวางทุ่นระเบิดที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว จนเสียหายใช้งานไม่ได้อีกต่อไปอย่างน้อย 10 ลำ พร้อมเตือนว่าจะใช้เทคโนโลยีที่ใช้ติดตามจับเรือลักลอบขนยาเสพติด ค้นหาเรือลำใด ๆ ก็ตามที่วางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ และทำลายให้สิ้นซาก
ขณะที่ กองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า ได้ทำลายเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านแล้ว 16 ลำ ในบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งการโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า อิหร่านเริ่มวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA เสนอให้มีการปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อลดราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน โดยตั้งเป้าจะปล่อยน้ำมันมากกว่า 182 ล้านบาร์เรล เท่ากับที่ประเทศสมาชิกเคยปล่อยน้ำมันสำรองสู่ตลาด 2 ครั้ง ในปี 2565 เมื่อครั้งที่รัสเซียเริ่มรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีพลังงานของกลุ่ม G7 ไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ จึงขอให้สำนักงาน IEA ตัดสินใจแทน
ข้อมูลจากระบบติดตามเรือแสดงให้เห็นว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ ซึ่งบรรทุกน้ำมันจากอิหร่าน 2 ล้านบาร์เรล แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ไปส่งยังประเทศจีน ในวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นเรือลำที่ 5 แล้วเป็นอย่างน้อย ที่ขนส่งน้ำมันไปยังประเทศเอเชีย นับตั้งแต่มีปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และเป็นสิ่งยืนยันว่าอิหร่านยังคงส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติต่อไป
ด้านโฆษกทำเนียบขาวแถลงว่าราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เป็นการเพิ่มขึ้นเพียงชั่วคราว และการโจมตีอิหร่านครั้งนี้จะทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซลดลงในไม่ช้า
ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงถึง 119 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2665 ก่อนปรับตัวลดลงวานนี้ หลัง "ทรัมป์" อ้างว่าปฏิบัติการโจมตีอิหร่านจะจบลงในเวลาไม่นาน