ข่าวเย็นประเด็นร้อน - พี่เลี้ยงเด็กชี้แจงกลับ ปมแม่เด็กคาใจ ฝากเลี้ยงลูกสาว 5 เดือน สุดท้ายตายปริศนา แพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว
จากกรณีแม่เลี้ยงเดี่ยว อายุ 37 ปี เข้าร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพราะคาใจการเสียชีวิตอย่างปริศนาของลูกสาวอายุ 5 เดือน หลังฝากพี่เลี้ยงแถวบ้านดูแล โดยก่อนเสียชีวิต ลูกสาวถูกพี่เลี้ยงป้อนยาแก้อักเสบของเด็ก 2 ขวบ ให้กิน จนเด็กมีเลือดออกจากทางจมูก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา แพทย์ได้ออกใบมรณบัตร ระบุสาเหตุการเสียว่า "ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว" เธอจึงตัดสินใจขอให้แพทย์ทำการชันสูตรศพ เก็บชิ้นเนื้อ และเลือดของลูกสาวไว้ตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต
และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มูลนิธิปวีณาฯ พร้อมเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้พาแม่เด็กเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี แม่ยืนยันยังคาใจเรื่องการเสียชีวิตของลูกสาว 5 เดือน เพราะลูกแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว
ต่อมาทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังสถานรับเลี้ยงเด็กที่เกิดเหตุย่านสุขสวัสดิ์ พบมีเด็กเล็กอายุประมาณ 1-3 ขวบ รวม 7 คน ถูกเลี้ยงอยู่ในนั้น และอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 3 คน ด้าน เจ้าของศูนย์ฯ โชว์ใบประกอบกิจการที่ถูกต้องตามกฎหมาย
พร้อมชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เรื่องที่แม่เด็ก 5 เดือน พูดนั้น บิดเบือนไปจากความจริง โดยเจ้าของศูนย์ฯ และแม่เด็ก รู้จักกันมานานแล้ว กระทั่งเดือนธันวาคมปีที่แล้ว แม่เด็กได้พาน้องมาฝากเลี้ยง พร้อมนำเอกสาร สูติบัตร รวมถึงสมุดเล่มชมพู มาทิ้งไว้ และให้ดูแลเสมือนเป็นแม่อีกคน
ต่อมา เดือนมกราคม เธอได้พาเด็กไปฉีดวัคซีนตามกำหนด และได้ยาแก้ปวดลดไข้มา 1 ขวด เวลาน้องมีไข้เคยป้อนไปแล้วอาการปกติดี หลังจากนั้นแม่เด็กเริ่มมีปัญหาการเงิน จึงขอให้แม่เด็กมารับน้องกลับไปเลี้ยงเอง
จนเมื่อวันที่ 1 มีนาคม แม่เด็กพร้อมกับพ่อเลี้ยง พาน้องกลับมาฝากเลี้ยงอีกครั้ง ขณะนั่งอยู่ในบ้าน เธอและแม่เห็นกับตาว่าพ่อเลี้ยงได้ป้อนน้ำอัดลมให้น้องกิน จึงต่อว่าไป ว่าทำแบบนี้ไม่ได้ เด็กยังเล็ก ช่วงค่ำน้องเริ่มมีอาการไข้ขึ้น จึงโทรหาแม่ให้มารับกลับ แต่แม่เด็กบอกว่าให้ป้อนยาที่ได้มาตอนฉีดวัคซีนไปก่อน จึงป้อนยาไปในปริมาณ 2 CC ตามคำแนะนำข้างขวด
จนช่วงเช้าของวันที่ 4 มีนาคม น้องมีอาการตาเหลือก ตัวแข็ง เธอจึงรีบพาไปส่งที่โรงพยาบาลทันที พร้อมกับโทรหาแม่เด็กกว่า 10 สาย ถึงจะสามารถติดต่อได้
จึงอยากยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้มีการนำยาของลูกตัวเองไปป้อนให้กับน้อง แถมยังเห็นใจแม่เด็ก บางครั้งก็จ่ายเงินค่านม ค่าแพมเพิร์ส ให้ด้วย เบื้องต้นได้รวบรวมหลักฐานและเข้าไปสอบปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์แล้ว