เรียกทูตอิหร่านเข้าพบ ?

View icon 485
วันที่ 12 มี.ค. 2569 | 07.02 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ทางเพจ thaiarmedforce.com โพสต์โจมตีถึงการกระทำอิหร่านว่า อิหร่านทำผิดกฎหมายหลายข้อที่ยิงเรือไทยในน่านน้ำโอมาน และอิหร่านไม่มีสิทธิปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมอธิบายเป็นข้อ ๆ อย่างน่าสนใจ เช่น

1. เรือ Mayuree Naree จดทะเบียนสัญชาติไทย ลูกเรือเป็นคนไทย เจ้าของเรือเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเรืออยู่ในน่านน้ำโอมาน ไม่ได้ล้ำน่านน้ำอิหร่าน แต่อย่างใด

2. เรือไทยไม่ติดอาวุธ ไม่มีท่าที่คุกคาม ไทยไม่ได้เข้าร่วมประนามหรือให้ฝ่ายสหรัฐฯ หรืออิสราเอล ใช้ไทยเป็นฐานทัพในการโจมตีอิหร่าน ไทยมีสถานนะเป็นประเทศเป็นกลาง

3. ที่จริงตามกฎหมายระหว่างประเทศ อิหร่านไม่มีสิทธิปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพราะอย่างแรกคือช่องแคบนี้ไม่ใช่ของอิหร่านคนเดียว

4. ตามมาตราที่ 37 ถึง 44 ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ United Nations Convention on the Law Of the Sea (UNCLOS) แคบฮอร์มุซอาจถือได้ว่ามีสถานะเป็นช่องแคบระหว่างประเทศหรือ International Straits ซึ่งเป็นช่องแคบที่ใช้เพื่อการเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งเรือของแต่ละชาติ ทั้งเรือทหารและเรือพลเรือนรวมถึงอากาศยานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรบ สามารถใช้สิทธิการผ่านช่องแคบหรือ Transit Passage โดยมาตราที่ 44 กำหนดให้รัฐชายฝั่ง ซึ่งในกรณีนี้คืออิหร่านและโอมาน ไม่ให้ขัดขวางการผ่านช่องแคบ และห้ามปิดช่องแคบ ดังนั้นการประเทศปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านหรือแม้แต่การประกาศโจมตีเรือที่เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ถือว่าเป็นการปิดช่องแคบโดยพฤตินัย (De Facto) จึงถือว่าผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

5. UNCLOS ยังรับรองหลักเสรีภาพในการเดินเรือหรือ Freedom of Navigation ซึ่งพัฒนามาจากหลักการเสรีภาพทางทะเล (Mare Liberum) ที่ระบุว่าเรือที่จดทะเบียนกับประเทศใดก็ตามสามารถเดินเรือในทะเลหลวงหรือในเขตเศรษฐกิจจำเพาะได้โดยประเทศอื่นต้องไม่ขัดขวาง หรือถ้าเรือเหล่านั้นต้องเข้าไปยังทะเลอาณาเขต ก็สามารถใช้หลักการผ่านโดยสุจริต หรือ Innocent Passage ได้ถ้าไม่ได้คุกคามรัฐชายฝั่ง ซึ่งในกรณีนี้ นอกจากเรือไทยจะไม่ได้แสดงท่าทีคุกคามแล้ว เรือไทยยังอยู่ในทะเลอาณาเขตของโอมาน ดังนั้นอิหร่านไม่มีสิทธิด้วยประการทั้งปวงในการห้ามเรือไทยเดินทางในเส้นทางนี้

6. การโจมตีเรือไทยอาจถือได้ว่าเป็นการละเมิด San Remo Manual หรือ Laws of Naval Warfare ซึ่งแม้จะไม่ได้มีสถานะเป็นกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ถือเป็นหลักที่กองทัพทุกประเทศควรยึดถือ ดังนั้นก็แสดงให้เห็นว่ากำลังทางเรือของอิหร่านมีมาตรฐานในการปฏิบัติงานที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น โดย San Remo Manual ระบุว่าเรือที่ชักธงไทยในฐานะรัฐเป็นกลางจะต้องได้รับการยกเว้นไม่ถูกโจมตี เว้นแต่เชื่อได้ว่าเรือไทยบรรทุกกระสุนให้กับข้าศึก หรือสนับสนุนหรือส่งกำลังบำรุงให้กับข้าศึก หรือจงใจฝ่าฝืนการปิดน่านน้ำที่ถูกกฎหมาย ซึ่งในข้อเท็จจริงคือเรือ Mayuree Naree เป็นเรือเปล่า กำลังเดินทางกลับ รวมถึงการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านก็ถือว่าผิดกฎหมายตามข้อ 3.-5. แต่ถ้าอิหร่านสงสัยเรือไทยว่าอาจช่วยเหลือข้าศึก อิหร่านสามารถใช้สิทธิ Visit and Search หรือหยุดเรือและขอขึ้นไปตรวจสอบเรือได้ ไม่ใช่ทำการโจมตีโดยทันที

7. แม้อิหร่านจะลงนามแต่ยังไม่ได้ให้สัตยาบันกับ UNCLOS 1982 แต่สิทธิในการเดินเรือควรจะถือว่าอยู่ในกฎหมายจารีตที่ผูกพันกับทุกประเทศ เพราะแม้แต่เรือของอิหร่านที่เดินทางไปยังต่างประเทศก็ยังใช้หลักการทั้งของ UNCLOS และกฎหมายจารีตด้วยซ้ำ

8. ในเมื่ออิหร่านทำผิดกฎหมายหลายข้อต่อประเทศไทย ไทยควรดำเนินการตอบโต้ตามที่จำเป็น โดยไม่ยกระดับให้ไทยต้องเข้าเป็นส่วหนึ่งของความขัดแย้งนี้ โดยสำหรับในบริบทของ PSL ซึ่งเป็นเจ้าของเรือ สามารถเคลมประกันสงครามที่บริษัททำเอาไว้ได้ และอาจร้องขอให้มีการชดเชยเพิ่มเติมหรือร้องขอให้มีการขอโทษอย่างเป็นทางการจากอิหร่านได้ ซึ่งทางบริษัทต้องทำงานร่วมกับบริษัทประกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่าน

9. ในส่วนของการต่างประเทศ รัฐบาลไทยควรเรียกทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเขาพบ เพื่อขอข้อมูลและแสดงความกังวลอย่างสูงสุดโดยไม่จำเป็นต้องแถลงประนามในทันที เพื่อดูท่าทีของอิหร่าน ก่อนจะกำหนดท่าทีของไทย โดยท่าทีของไทยควรจะเป็นการเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ

10. อย่างไรก็ตามถ้าต้องการยกระดับการตอบโต้หรือการดูแลเรือสัญชาติไทย ไทยอาจร้องขอไปที่ Combined Maritime Forces หรือ CMF ซึ่งเป็นกองกำลังของ 47 ชาติที่ไทยเป็นสมาชิก เพื่อร้องขอและมอบสิทธิในการดูแลเรือสัญชาติไทย

กระทรวงการประเทศ แถลงการณ์ล่าสุดของสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่า ประเทศไทยมีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์วิกฤติในตะวันออกกลาง

สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงก่อให้เกิดภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อชีวิตและความปลอดภัยของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ของประเทศใกล้เคียงในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อประชาชนของประเทศนอกภูมิภาค รวมถึงคนไทยด้วย

ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นอย่างสูงสุด ลดระดับความตึงเครียดในทันที และกลับสู่การเจรจาการทูต และการหารือ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายและบั่นทอนสันติภาพและเสถียรภาพ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง