หญิงป่วยอัมพฤษ์ ตัดสินใจผูกคอดับ เผยชอบบอกกับแม่ว่า ช่วยอะไรไม่ได้เลย-สงสารที่ต้องคอยดูแล

หญิงป่วยอัมพฤษ์ ตัดสินใจผูกคอดับ เผยชอบบอกกับแม่ว่า ช่วยอะไรไม่ได้เลย-สงสารที่ต้องคอยดูแล

View icon 410
วันที่ 12 มี.ค. 2569 | 08.32 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ช่วงเย็นวานนี้ (11 มี.ค. 69) ร.ต.อ.ภูดิศ วงศ์รักษ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุมีผู้ผูกคอเสียชีวิต ภายในซอยแห่งหนึ่ง ย่านสุขสวัสดิ์ แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวแบ่งเป็นห้องเช่า บบริเวณหน้าห้องเช่า พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย คือ นางกรรณิการ์ อายุ 61 ปี สภาพศพนอนหงายอยู่บริเวณหน้าห้อง ที่ลำคอพบรอยเขียวช้ำเป็นทางยาวคล้ายรอยเชือกรัด ส่วนตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบ บริเวณหน้าห้องน้ำด้านหลัง พบเหล็กเส้นดัดเป็นลักษณะตะขอแขวนอยู่บริเวณประตูหลังห้อง และพบเหล็กเส้นดัดเป็นรูปตัว S พร้อมเชือกไนลอนสีเขียวผูกเป็นปมวางอยู่บนโต๊ะใกล้ห้องน้ำ ลักษณะการก่อเหตุคาดว่า ผู้เสียชีวิตใช้ตะขอเหล็กเกี่ยวกับเหล็กตัวเอส แล้วนำเชือกทำเป็นห่วงคล้องคอ ก่อนทิ้งน้ำหนักตัวลงอย่างแรง ทำให้เชือกรัดคอจนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตในที่สุด

เบื้องต้นทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.20 น. ญาติได้พบเหตุการณ์และรีบตัดเชือกนำร่างผู้เสียชีวิตลงมาจากจุดเกิดเหตุ ก่อนนำออกมาบริเวณด้านหน้าบ้านเพื่อช่วยปฐมพยาบาล โดยพยายามทำการปั๊มหัวใจ (CPR) กระทั่งอาสาสมัครและทีมแพทย์ในระบบ ALS เดินทางมาถึง และได้ช่วยทำการกู้ชีพต่อเนื่องเป็นเวลานาน แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ จึงประกาศยืนยันการเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ด้าน น.ส.พยูน อายุ 77 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยความโศกเศร้าว่า ลูกสาวป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์มานานกว่า 4 ปี มักบ่นน้อยใจอยู่เสมอว่า สงสารแม่ที่ต้องคอยดูแล เพราะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองหรือทำงานอะไรได้ แม้แต่การรับประทานอาหารก็ลำบาก ตนต้องคอยป้อนให้กิน แต่ลูกสาวมักพยายามกินเอง แม้จะหกเลอะเทอะอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งสามีและลูกของผู้เสียชีวิตก็เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ทำให้ยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยว

น.ส.พยูน ยังเล่าว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิต เคยทำงานก่อสร้างเหมือนกับตน แต่หลังจากล้มป่วยก็ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง วันเกิดเหตุตนออกไปทำงานตามปกติ เมื่อกลับมาถึงบ้านพบว่าลูกสาวใช้เชือกผูกคออยู่บริเวณหลังห้อง จึงรีบร้องเรียกเพื่อนบ้านมาช่วย ก่อนตัดเชือกนำร่างลงมา แต่ขณะนั้นร่างกายเริ่มเขียวคล้ำแล้ว ทำให้รู้สึกตกใจและทำอะไรไม่ถูก

“เขามักบอกว่าสงสารแม่ เพราะช่วยอะไรไม่ได้เลย ตนก็บอกเขาตลอดว่าไม่ต้องห่วง แม่ยังเลี้ยงดูเขาได้ เราอยู่กันแค่สองคนแม่ลูก ตนก็พยายามดูแลเขาอย่างดีที่สุด แต่ไม่คิดว่าเขาจะคิดสั้นแบบนี้” 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์นิติเวชได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ก่อนจะมอบร่างให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป