อิหร่านโจมตีเรือหลายชาติ หวังดันน้ำมันพุ่ง 200 เหรียญสหรัฐฯ

View icon 25
วันที่ 12 มี.ค. 2569 | 13.01 น.
รอบรั้วรอบโลก
แชร์
อิหร่านโจมตีเรือขนส่งสินค้าของไทยและชาติอื่นอีก 3 ลำ ในช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณท่าเรือของอิรักอีก 2 ลำ หวังดันราคาน้ำมันพุ่ง 200 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

วานนี้ (11 มี.ค.) เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย ชื่อ "มยุรี นารี" (Mayuree Naree) ซึ่งเดินทางจากท่าเรือในเมืองคาลิฟา (Khalifa) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถูกโจมตีโดยอาวุธไม่ทราบชนิด จนเกิดเพลิงไหม้ด้านท้ายเรือและห้องเครื่องยนต์ ซึ่งกองทัพเรือโอมานช่วยนำลูกเรือขึ้นฝั่งแล้ว 20 คน ยังเหลืออีก 3 คนที่ยังสูญหาย คาดว่ายังติดอยู่ในห้องเครื่องยนต์

เรือ "มยุรี นารี" ถูกโจมตีขณะแล่นอยู่ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ห่างจากชายฝั่งโอมาน ไปทางเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร ทางการอิหร่านอ้างว่า เรือไทยฝ่าฝืนคำเตือนไม่ให้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ ยังมีเรือสินค้าอีก 2 ลำถูกโจมตีด้วย คือ เรือขนส่งสินค้าสัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งถูกโจมตีขณะทอดสมอ นอกชายฝั่งเมืองราสอัลไคมาห์ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เช่นเดียวกับเรือสัญชาติกรีซ ซึ่งทอดสมออยู่นอกชายฝั่งนครดูไบ

ไม่เพียงแต่เรือในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเท่านั้นที่ถูกโจมตี ยังมีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ ซึ่งถูกโจมตีขณะลอยลำอยู่ในน่านน้ำอิรัก ใกล้ท่าเรืออัล-ฟาว (al-Faw) ทำให้เกิดเพลิงไหม้เสียหายทั้ง 2 ลำ อีกทั้งยังทำให้มีน้ำมันรั่วไหลลงสู่ทะเล มีผู้เสียชีวิต 1 คน อีก 38 คน ได้รับความช่วยเหลือปลอดภัยแล้ว
กองทัพอิหร่าน ซึ่งระบุก่อนหน้านี้ว่าจะไม่ยอมให้มีการขนส่งน้ำมันออกจากตะวันออกกลาง "แม้แต่ลิตรเดียว" เผยเป้าหมายในการโจมตีเรือขนส่งน้ำมันและแหล่งน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้าน คือการทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลก พุ่งสูงถึง 200 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพื่อกดดันให้สหรัฐฯ และอิสราเอล ยุติปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA เสนอแนะให้ชาติสมาชิก ปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 400 ล้านบาร์เรล เพื่อชะลอการขึ้นราคาน้ำมันจากผลกระทบการสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากกว่าการปล่อยน้ำมันสำรอง เมื่อครั้งที่รัสเซียรุกรานยูเครนในปี 2565 ถึง 2 เท่า โดยครั้งนั้นมีการปล่อยน้ำมันสำรอง 2 ครั้ง รวม 182 ล้านบาร์เรล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง