วิสามัญฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับ อาวุธในที่เกิดเหตุถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบแย่งชิงไปจากเจ้าหน้าที่ ปืน M4 ถูกชิงไปจากเหตุยิงตำรวจนาประดู่เสียชีวิต ปี 66 ส่วนปืนสั้นเป็นของอดีตกำนัน ถูกชิงจากเหตุโจมตีป้อม ชรบ.ลำพะยา ปี 62 ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ
วันนี้ (12 มี.ค.69) พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยผลการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 มี.ค.69 เวลาประมาณ 15.35 น. โดยระหว่างการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมสถานการณ์ แต่กลับถกผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้อาวุธปืนยิง และขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ ใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางยุทธวิธีเพื่อควบคุมสถานการณ์ จนกระทั่งสถานการณ์ยุติลง
เมื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตจำนวน 1 ราย ทราบชื่อคือ นายมะสะกรี (สงวนนามสกุล) เป็นบุคคลตามหมายจับตาม พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนและยุทโธปกรณ์จำนวนหนึ่งภายในพื้นที่เกิดเหตุ
พันเอก เอกวริทธิ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อาวุธบางส่วนที่ตรวจยึดได้เป็นอาวุธของทางราชการที่ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงแย่งชิงไปจากเหตุการณ์ความไม่สงบก่อนหน้านี้ โดยหนึ่งในนั้นคือ อาวุธปืนเล็กยาวแบบเอ็ม 4 ขนาด 5.56 มิลลิเมตร พร้อมซองกระสุน ซึ่งเป็นอาวุธที่ถูกแย่งชิงจากเหตุคนร้ายก่อเหตุยิงตำรวจ สภ.นาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เสียชีวิต และปล้นอาวุธปืนประจำกายของเจ้าหน้าที่ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.66
ส่วนอาวุธปืนพกสั้นยี่ห้อ SIG Sauer ขนาด .38 นิ้ว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นอาวุธของ นายฉลอง อดีตกำนัน และอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) โดยอาวุธดังกล่าวถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงแย่งชิงไปจากเหตุการณ์โจมตีป้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน พื้นที่บ้านลุ่มลำพะยา เมื่อวันที่ 5 พ.ย.62
กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักความอดทนอดกลั้นและคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ ทั้งนี้ ภายหลังเหตุการณ์เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และขยายผลทางคดีเพื่อติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายต่อไป ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และไม่หลงเชื่อหรือส่งต่อข้อมูลข่าวสารที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสถานการณ์ในพื้นที่ได้