ค่าการกลั่นพุ่ง “พิพัฒน์” เรียกถกโรงกลั่น ขอฟังใช้เหตุผลอะไร เพิ่มค่าการกลั่น จาก 2 บาท เป็น 6 บาท ยันใช้กองทุนน้ำมันตรึงราคาถึง 16 มี.ค.นี้ เผยน้ำมันนอกตลาด 50% ที่ไม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ปตท.ยังซื้อได้ตามปกติ แต่ราคาขึ้นกับตลาดกลางของแต่ละภูมิภาค
วันนี้ (12มี.ค.69) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาเรื่องพลังงาน จากวิกฤตตะวันออกกลาง ว่า เหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ความรุนแรงยังไม่ลดลง และเหตุการณ์วานนี้ (11 มี.ค.69) เรือสัญชาติไทยชื่อ มยุรีนารี ส่งสินค้าเสร็จเรียบร้อยที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะเดินทางกลับถูกระเบิดเข้าที่ส่วนท้ายของเรือ ในเรือมีทั้งลูกเรือทั้งหมด 23 คน หน่วยนาวิกโยธินของโอมาน ได้ช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 20 คนเป็นที่เรียบร้อย ส่วน 3 คนน่าจะตกค้าง เมื่อคืนได้ข่าวว่ามีการลงไปค้นหา และช่วยเหลือแต่ยังไม่ได้รับรายงานเพิ่มเติมว่าเป็นอย่างไร
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาราคาน้ำมันทั่วโลกก็จะขยับขึ้น ราคาน้ำมันดิบก็ไต่ราคาขึ้นอีก จากที่นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.69 ว่าจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ในราคา 29.94 บาท เป็นเวลา 15 วัน จนถึงวันที่ 16 มี.ค.69 แล้ววันที่ 17 มี.ค.69 จะมีการประกาศราคาว่าจะขยับขึ้นอย่างไร สำหรับน้ำมันเบนซินไม่ได้ตรึงราคา มีการขยับราคาเบนซิน E10 95 และ 91 ขึ้นลิตรละ 50 สตางค์ ส่วน E20 E85 ลดราคาลงมา น้ำมันดีเซลราคาคงที่โดยเฉพาะน้ำมันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะนี้ ต้องเข้ามาชดเชยวันละ 3,000 ล้านบาท จากที่เงินกองทุนบวกอยู่ 2,500 ล้านบาท แต่หลังจากชดเชยก็จะติดลบ
“เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศ กำลังตั้งคำถาม ว่าราคาค่ากลั่นทำไมจาก 2 บาท ขึ้นไปถึง 6 บาท ซึ่งจะเชิญให้ผู้บริหารมาประชุมร่วมกันวันพรุ่งนี้ (13 มี.ค.69) เวลา 10.00 น. หารือว่าเขาใช้เหตุผลอะไรในการที่เพิ่มราคาเป็น 6 บาท เมื่อประชุมเสร็จน่าจะมีการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงเที่ยง”
นายพิพัฒน์ ระบุอีกว่า กระทรวงพลังงานมีความมั่นใจและสามารถตอบได้ว่า น้ำมันนอกตลาดที่เราซื้ออยู่ในตลาดผ่านช่องแคบฮอร์มุซประมาณ 50 % ที่ไม่ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กระทรวงพลังงานโดย ปตท.ยังสามารถซื้อได้ตามปกติ แต่ราคาก็ยังขึ้นกับตลาดกลางของแต่ละภูมิภาค การที่ผู้ประกอบการตามมาตรา 7 ซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นในประเทศไทย จะใช้ราคาเฉลี่ย 3 วัน ของราคาตลาดกลางมาตั้งราคา แต่ถ้าหากติดวันเสาร์-อาทิตย์ ก็จะใช้วันถัดไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า กองทุนน้ำมันจะขาดทุน 120,000 ล้านบาท เหมือนปี 65 หรือไม่ นายพิพัฒน์ เผยว่า ตอนนี้ไม่สามารถตอบได้ เพราะเราไม่สามารถกำหนดได้ว่าการสู้รบจะยุติเมื่อไหร่ แต่เรื่องของกองทุนน้ำมัน นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายว่าเราต้องพยายามดูแล และให้ความยุติธรรมทั้งผู้ใช้คนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ทั่วไปหรือภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ซื้อน้ำมันผ่านทางจ็อบเบอร์ หรือซื้อจากบริษัทขายส่ง ส่วนนี้เพราะราคาหน้าโรงกลั่น กับหน้าสถานีบริการต่างกันประมาณ 10 บาท ก็ต้องดูว่ารัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลืออย่างไร หรือบริษัทจะจะช่วยซัพพอร์ตได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ผู้ค้าต้องรับผิดชอบตัวเอง เพราะจ็อบเบอร์ขายถูกกว่าหน้าสถานีบริการ แต่ขณะนี้หน้าสถานีบริการถูกกว่าขายส่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า บริษัทมันมีกำไรหลายหมื่นล้าน แต่กองทุนน้ำมันติดลบ จะช่วยประชาชนอีกทางหนึ่งอย่างไร นายพิพัฒน์ เผยว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลเป็นคนกลางในการดูราคา ในอดีตเคยติดลบแสนล้าน ปัจจุบันก็คงจะหลายพันล้าน ขอให้ช่วยภาวนาให้เหตุการณ์จบโดยเร็ววัน เพื่อจะได้ไม่ต้องให้กองทุนน้ำมันติดลบ