เวลา 08.58 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์เชียงราย (สวนแม่-สวนลูก) อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงราย โอกาสนี้ ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งประดิษฐานเป็นมิ่งขวัญ และศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวจังหวัดเชียงราย และในพื้นที่ภาคเหนือ สำหรับสวนฯ แห่งนี้ มีพื้นที่ 625 ไร่ เป็นหนึ่งใน 12 สวนสาธารณะที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุ 80 พรรษา ในปี 2523 และเพื่อเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ มีต้นสุพรรณิการ์ เป็นต้นไม้ประจำสวน
โอกาสนี้ ทรงเปิดพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ซึ่งมูลนิธิสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ร่วมกับผู้มีจิตศรัทธาจัดสร้างพระอนุสาวรีย์ฯ ขนาดหนึ่งเท่าครึ่งของพระองค์จริง วัสดุโลหะผสม รมผิวสีดำมันปู พระอิริยาบท ทรงยืนฉลองพระองค์ชุดแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ พอ.สว. ประดิษฐานบริเวณเดียวกับพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความจงรักภักดี ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทั่วทุกภาคของประเทศ
ปัจจุบันสวนแห่งนี้ ยังคงความเป็นธรรมชาติ ร่มรื่น มีทัศนียภาพสวยงาม สมตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี เป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน
เวลา 09.31 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ประจำปีการศึกษา 2567 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองฯ ในการนี้ ทรงวางพุ่มดอกไม้ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
โดยสภามหาวิทยาลัยฯ มีมติอนุมัติปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมศาสตร์ แด่พระไพศาล วิสาโล, ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แก่ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ และปริญญาสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แก่ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์อุดม คชินทร
โอกาสนี้ พระราชทานรางวัลเชิดชูเกียรติ "ตุงทองคำ" แก่นายนคร พงษ์น้อย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปวัฒนธรรม ในฐานะผู้อำนวยการอุทยานศิลปวัฒนธรรมไร่แม่ฟ้าหลวง ผู้มีคุณูปการในการอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมล้านนา ซึ่งมีส่วนสำคัญในกิจกรรมของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาและระดับปริญญาตรี รวม 2,765 คน เป็นนักศึกษาต่างชาติที่สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2567 ทั้งสิ้น 174 คน จาก 23 ประเทศทั่วโลก โดยมีผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร 106 คน จากประเทศต่าง ๆ อาทิ เมียนมา จีน ภูฏาน ศรีลังกา ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย นอกจากนี้ มีผู้สำเร็จการศึกษาที่มีความพิการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร 6 คน
โอกาสนี้ ได้พระราชทานพระราโชวาทความว่า "บัณฑิตทั้งหลายต่างก็สำเร็จการศึกษา สมกับที่ได้ตั้งใจพากเพียรมาโดยตลอดแล้ว ต่อไปก็ถึงวาระที่จะต้องออกไปทำงาน และดำเนินชีวิตในสังคมร่วมกับผู้อื่น ในโอกาสนี้ จึงขอฝากข้อคิดแก่บัณฑิตทุกท่านว่า การยึดมั่นในความสัตย์จริง เป็นคุณสมบัติสำคัญ ที่บัณฑิตผู้ผ่านการฝึกฝนพัฒนาตนในทางความรู้ความสามารถมาแล้ว ควรปลูกฝังอบรมให้เจริญงอกงามขึ้นให้ได้ ทั้งนี้ เพราะการนำความรู้ความสามารถไปใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งแก่ตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาตินั้น หากบัณฑิตไม่ตั้งตนอยู่บนพื้นฐานของความสัตย์จริง ก็จะไม่บังเกิดประโยชน์ใด ๆ เลย ย่อมมีแต่โทษเสียหายจากความเท็จเทียม ความบิดเบือน และการปิดบังอำพรางอันไม่เป็นสุจริต ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดความผิดพลาดบกพร่อง ในการกระทำ คำพูด และความคิดของบุคคล ได้อย่างร้ายกาจแล้ว ยังมีผลเสียหายร้ายแรงต่อสังคมและประเทศชาติด้วย จึงขอให้บัณฑิตทั้งหลายหมั่นฝึกฝนอบรมตนเอง ให้เป็นผู้เห็นคุณค่าของความสัตย์จริง ตระหนักซาบซึ้งถึงความจำเป็น ที่จะต้องประพฤติตนปฏิบัติงานบนพื้นฐานของความสัตย์จริง แล้วดำเนินชีวิตและประกอบกิจการงาน ด้วยความสัตย์จริงในกายในใจตลอดไป“
หลังพิธีพระราชทานปริญญาบัตร นักศึกษาได้ร่วมขับร้องบทเพลง "ใต้แสงพระเมตตานิรันดร์" ซึ่งแต่งขึ้นเพื่อถวายพระเกียรติ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยบรรจุเนื้อร้อง 5 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาปกาเกอะญอ ภาษาไทใหญ่ ภาษาเมียนมา และภาษากะเหรี่ยงโปว์ มีนักดนตรีจากหลากกลุ่มชาติพันธุ์ร่วมบรรเลงเครื่องดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละกลุ่ม เช่น เตหน่าของปกาเกอะญอ ซือบือของลีซู ตอยอฮอร์นของไทใหญ่ รวมถึงเครื่องดนตรีล้านนา สะท้อนอัตลักษณ์พหุวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงในฐานะสถาบันอุดมศึกษาแห่งอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
เวลา 14.38 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารวันชัย ศิริชนะ ทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานของผู้เรียนหลักสูตร "พุทธศิลปกรรม" เป็นหลักสูตรระยะสั้น 1 ปี เรียนเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ไม่เก็บค่าเล่าเรียน เปิดโอกาสให้ผู้สนใจทุกเพศทุกวัย เน้นพระสงฆ์ ได้ศึกษาความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติด้านสุนทรียศาสตร์ เพื่ออนุรักษ์มรดกพุทธศิลป์ของชาติ ปัจจุบัน มีผู้สำเร็จการศึกษาแล้ว 5 รุ่น สร้างสรรค์ผลงานพุทธศิลป์มากกว่า 400 ผลงาน และร่วมบูรณะศาสนสถาน 28 แห่ง พร้อมทั้งจัดทำฐานข้อมูลพุทธศิลปกรรมที่มีคุณค่าเพื่อการอนุรักษ์
ผลงานที่จัดแสดงในวันนี้ ถ่ายทอดหลักธรรมและศรัทธาในพระพุทธศาสนาผ่านงานศิลปะหลายรูปแบบ ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และศิลปะร่วมสมัย อาทิ "ฟ้อนบูชา" "สีสันแห่งศรัทธา" และ "เทวาปิติ" สะท้อนพุทธประวัติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนล้านนา นอกจากนี้ ยังมีผลงานศิลปะนามธรรมและประติมากรรมพุทธศิลป์ เช่น "ลมหายใจที่มีชีวิต" "พุทธา-รักษา" และ "พระพุทธราชสวัสดิ์มงคล" สื่อถึงการประยุกต์พุทธศิลป์จากแนวประเพณีสู่ศิลปกรรมร่วมสมัย และบทบาทของหลักสูตร "พุทธศิลปกรรม" ในการสืบสานพุทธศิลปกรรมของชาติ