เมื่อช่วงหัวค่ำวานนี้ (12 มี.ค. 69) ศูนย์กู้ชีพปราการ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ส่วนบุคคลเฉี่ยวชนเด็กเสียชีวิต เหตุเกิดภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใน ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน กู้ชีพเทศบาลตำบลแพรกษา พร้อม เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุ ภายในหมู่บ้านดังกล่าว ลักษณะเป็นทางเลี้ยว เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิต เป็นเด็กชายวัย 7 ขวบ สภาพนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด ลักษณะถูกรถทับที่ศีรษะ บริเวณแผ่นหลังมีรอยคล้ายล้อรถ ใกล้กัน พบรถเก๋ง สีขาว โดยมี น.ส.กุล อายุ 53 ปี (นามสมมุติ ) คนขับ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ ขณะที่ยายของเด็กเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นสภาพหลานถึงกับร้องไห้จนเป็นลม
โดยจากภาพกล้องวงจรปิดที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ จะเห็นเด็กชายผู้เสียชีวิตวิ่งอยู่บนถนนจนมาถึงบริเวณทางเลี้ยว เป็นจังหวะเดี่ยวกับรถคันเกิดเหตุได้เลี้ยวมาพอดี ได้ชนเด็กชายจนล้มและทับเด็กชายจนเสียชีวิต
ด้านนายปราสาท จิตต์ตรีทศ เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลเมืองแพรกษาได้รับแจ้งจากศูนย์กู้ชีพปราการว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง แต่ในขณะนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้บาดเจ็บเป็นเด็ก จนกระทั่งระหว่างเดินทางเข้าที่เกิดเหตุ ทางคนขับรถเก๋งคู่กรณีได้โทรศัพท์เข้ามาแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก เพื่อขอให้รีบมาช่วยเหลือโดยด่วน เนื่องจากตนเองขับรถชนเด็กและน้องมีอาการไม่ดี มีเลือดออกเป็นจำนวนมาก
หลังจากได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีเพื่อเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ และได้พบร่างของเด็กนอนคว่ำหน้าอยู่บริเวณท้ายรถเก๋ง สภาพมีเลือดไหลนองเต็มพื้นถนน เมื่อทำการตรวจสอบและคลำชีพจรเบื้องต้น พบว่าเด็กไม่มีชีพจรแล้วและเสียชีวิตลง ณ จุดเกิดเหตุ จากการสำรวจบาดแผลในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าบาดแผลสำคัญอยู่ที่บริเวณศีรษะซึ่งน่าจะถูกล้อรถทับ นอกจากนี้ยังพบบาดแผลถลอกตามแผ่นหลังของเด็ก ซึ่งมีลักษณะคล้ายรอยครูดหรือรอยโดนยางรถยนต์
ส่วน ยายของเด็ฏ เผยว่า ปกติแล้วหลังจากโรงเรียนเลิก หลานชายจะมาขี่จักรยานวิ่งเล่นกับกลุ่มเพื่อนอยู่เป็นประจำ แต่ที่ผ่านมาหลานจะเล่นกันอยู่เฉพาะแค่ภายในซอยบ้านเพื่อนจนสุดซอยเท่านั้น ไม่เคยวิ่งออกมาบริเวณจุดที่เกิดเหตุเลย โดยปกติครอบครัวพักอาศัยอยู่ที่นอกหมู่บ้าน แต่หลานจะเข้ามาเล่นกับเพื่อนในซอยนี้ทุกวัน ซึ่งในวันเกิดเหตุ ก็ปล่อยให้หลานมาเล่นตามปกติ ไม่คาดคิดว่าหลานจะวิ่งออกมาจนเกิดอุบัติเหตุขึ้น โดยคุณยายทราบข่าวร้ายหลังจากที่มีคนขี่รถจักรยานยนต์มาบอกว่าหลานโดนรถชน จึงรีบเดินทางมาดูที่เกิดเหตุทันที
ขณะที่ น.ส.กุล คนขับรถ เล่าถึงนาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังขับรถเพื่อจะเข้าบ้าน ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นช่วงทางโค้งพอดี ในจังหวะที่กำลังเลี้ยวโค้งอยู่นั้น จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงดัง "ปึ้ก" ที่บริเวณข้างรถฝั่งซ้าย พร้อมกับความรู้สึกเหมือนรถเหยียบทับอะไรบางอย่างจนเกิดเสียง จึงรีบตัดสินใจจอดรถลงมาดูทันที
เมื่อลงมาตรวจสอบก็พบร่างของเด็กนอนนิ่งอยู่บนพื้นถนน ซึ่งในขณะนั้นเด็กยังคงมีลมหายใจอยู่ จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงและทำการจับชีพจรก็พบว่าเด็กได้เสียชีวิตลงแล้ว และยืนยันว่าช่วงเวลาเกิดเหตุท้องฟ้ายังไม่มืดสนิทและตนเองก็ขับรถด้วยความระมัดระวัง โดยมองเห็นว่ามีเด็กกลุ่มหนึ่งวิ่งเล่นกันอยู่ทางฝั่งขวามือ แต่ทางฝั่งซ้ายมือที่ตนมองไปข้างหน้านั้นกลับมองไม่เห็นว่ามีเด็กอยู่อีกคน จนกระทั่งจังหวะที่หักพวงมาลัยเลี้ยวถึงได้เกิดเหตุขึ้น
สุดท้ายนี้ คนขับยังได้ฝากเตือนไปถึงผู้ปกครองท่านอื่น ๆ ให้ช่วยดูแลเอาใจใส่บุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเวลาที่เด็กออกมาวิ่งเล่นกันตามลำพัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียขึ้น เพราะไม่ว่าใครต่างก็รักลูกหลานของตนเองทั้งสิ้น
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญคนขับรถคันดังกล่าวไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่โรงพัก พร้อมกับตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้มอบให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อชันสูจน์ ก่อนจะมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป