เวลา 15.20 น. วันนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังสหกรณ์ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวา บ้านโพน กาฬสินธุ์ จำกัด อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ทอดพระเนตรการจัดแสดงนิทรรศการและผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน จัดขึ้นเพื่อสืบสานพระดำริ "Sustainable Fashion : แฟชั่นแห่งความยั่งยืน" โดยจัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย งานหัตถศิลป์ และการสาธิตภูมิปัญญาพื้นถิ่นในระดับภูมิภาค มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะผู้ผลิต OTOP นักศึกษา และผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่สากลด้วยการออกแบบร่วมสมัย สร้างรายได้และฟื้นฟูภูมิปัญญาอย่างยั่งยืน มีผลงานผ้าไทย และงานหัตถกรรมพื้นบ้าน รวม 30 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ประกอบการผ้าไทยจากจังหวัดกาฬสินธุ์ 25 กลุ่ม, มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และกรมหม่อนไหม เน้นการใช้สีธรรมชาติ และเทคนิคที่เป็นเอกลักษณ์ ต่อยอดลายพระราชทาน และพัฒนาประยุกต์ลวดลายดั้งเดิมให้เป็นผ้าทอร่วมสมัย จนได้รับความนิยม อาทิ กลุ่มผ้าทอลายมงคลมนตราธิกาญจน์ ที่ทำลวดลายให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่, กลุ่มแพรพรรณบ้านบ่อ กลุ่มเยาวชนที่สนใจสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น จนผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ Young OTOP 2567 และประกวดผ้าลายพระราชทาน ปี 2568, กลุ่มภูไทดำ ที่เข้าร่วมโครงการประกวดลายผ้าพระราชทาน ปี 2567 และ 2568 ใช้เทคนิคการทอแบบจก สอดไหมทีละเส้นด้วยมือ ไม่มีแบบลวดลายถาวร, กลุ่มฝ้ายหอมย้อมดิน ผลิตผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ และสร้างสรรค์ลวดลายร่วมสมัยในรูปแบบมัดย้อม และ Eco Print ซึ่งได้ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ อาทิ ตุ๊กตา พวงกุญแจ จนผ่านการเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ประเภทผ้าและหัตถกรรม
จากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมลงข่วงของชาวภูไท ที่สื่อถึงวิถีชีวิตของชาวภูไท ในการประกอบอาชีพทอผ้า การเกี้ยวพาราสีของหนุ่มสาว และทรงเยี่ยมบุคคลในตำนานตามรอยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นกลุ่มสมาชิกศิลปาชีพ ที่เคยเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานที่จังหวัดกาฬสินธุ์ กับทอดพระเนตรผลงานกลุ่มชุมชนศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวา ที่นำเสนอกระบวนการตั้งแต่เริ่มต้น จนเสร็จสิ้น รวมถึงศิลปวัฒนธรรมภูไท อาทิ หมอเหยา ครัวภูไท การจักสานตอก แสดงเอกลักษณ์ความเป็นชาวภูไท โดยกลุ่มผู้ผลิต กลุ่มจักสานเทศบาลตำบลโพน ได้รับการคัดสรรเป็นผลิตภัณฑ์ระดับห้าดาว ปี 2549
สหกรณ์ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนกาฬสินธุ์ จำกัด ตั้งขึ้นหลังจากที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมพสกนิกรที่อำเภอคำม่วง เมื่อปี 2520 โดยทรงรับโครงการส่งเสริมการทำผ้าไหมแพรวาบ้านโพน ไว้ในความดูแลของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในปี 2521 ชื่อ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร เพื่ออนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาการทอผ้าไหมแพรวาของชาวภูไทบ้านโพน ที่กำลังจะสูญหาย ต่อมาปี 2538 ได้ขยายการดำเนินงานเป็น "กลุ่มอาชีพสตรีทอผ้าไหมบ้านโพน"
ในปี 2551 จดทะเบียนจัดตั้งเป็น "สหกรณ์ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนกาฬสินธุ์ จำกัด" มีสมาชิก 196 คน เป็นศูนย์รวมการทอผ้า เพื่อแปรรูปเป็นสินค้าต่าง ๆ จำหน่าย รวมทั้งสาธิตกระบวนการผลิตผ้าไหมแบบโบราณ ตั้งแต่การสาวไหม, การฟอก, การย้อมสีธรรมชาติ, ขั้นตอนการทอผ้า และศึกษา พัฒนากระบวนการใหม่ ๆ เพื่อต่อยอดงานหัตถศิลป์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งด้านความสวยงาม คงทน และคุณสมบัติอื่น ๆ เพื่อให้มีคุณภาพในระดับสากล ทำให้มีรายได้จากการจำหน่ายผ้าไหมแพรวาเป็นอาชีพหลัก สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ได้อย่างยั่งยืน
ส่วนกรมหม่อนไหม ได้พัฒนาเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน GI ซึ่งเป็นเส้นไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้าน สาวด้วยมือลงภาชนะ ผลิตในพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัดเท่านั้น ทำได้ทั้งเส้นยืน และเส้นพุ่ง โดยได้ส่งเสริม และสนับสนุนปัจจัยการผลิตแก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์ผ้าทอและปลูกหม่อนเลี้ยงไหม บ้านโคกหลัก 7 อำเภอคำม่วง กลุ่มผู้ผลิตเส้นไหมไทยที่ผ่านมาตรฐาน GI มีกำลังการผลิตเส้นไหม 120 กิโลกรัมต่อปี ทั้งยังส่งเสริมให้มีการสืบสาน อนุรักษ์ภูมิปัญญาการทอผ้าแก่เยาวชน อาทิ โรงเรียนชุมชนโพนพิทยาคม นำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนออกแบบลวดลายผ้า จัดหลักสูตรการทอผ้าไหมแพรวา เพื่อให้ฝึกฝนทักษะการทอผ้าไหมแพรวาแบบจกด้วยมือจากปราชญ์พื้นบ้าน เป็นการรักษาอัตลักษณ์ของบ้านโพน และส่งเสริมให้นักเรียน มีทักษะอาชีพสามารถสร้างรายได้ระหว่างเรียน
โอกาสนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ สมาชิกศิลปาชีพ บ้านโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ภายใต้โครงการศิลปาชีพบ้านบ่อเดือนห้า จังหวัดสกลนคร เฝ้ารับพระราชทานคำแนะนำ โดยการทอผ้าไหมแพรวา ใช้ภูมิปัญญาทอด้วยการเก็บลาย หรือ เก็บขิดแบบจก เพื่อให้ได้ลวดลายที่โดดเด่น วิธีการทอจะถ่ายทอดจากบรรพบุรุษและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และการใช้เส้นไหมน้อย หรือ ไหมยอดที่มีความเลื่อมมัน ทำให้ผ้าไหมแพรวา เป็นของล้ำค่า มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชาวภูไท ซึ่งแต่ละครัวเรือน มีผ้าแส่วเป็นผ้ามรดกที่ทอลวดลายต่าง ๆ แบบดั้งเดิมแต่โบราณไว้บนผืนผ้า ประกอบด้วย ลายหลัก ลายคั่น ลายช่อปลายเชิง อาทิ ลายนาค ลายพันมหา และลายใบบุ่น
ปัจจุบัน ได้น้อมนำแนวพระดำริ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" และ "แฟชั่นแห่งความยั่งยืน" เป็นแนวทางต่อยอดภูมิปัญญาทอผ้าของบรรพบุรุษ ทั้งการออกแบบลวดลายให้ทันสมัย ควบคู่การนำลายผ้าพระราชทานต่าง ๆ ผสมผสานเข้ากับลายโบราณดั้งเดิม และกระบวนการทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการย้อมสีธรรมชาติ มี 5 สีหลัก ได้แก่ สีน้ำเงินจากคราม, สีแดงจากครั่ง, สีเหลืองจากแก่นไม้เข, สีเขียวจากเปลือกมะพูดทับคราม และสีขาวจากขี้เถ้า
นอกจากโปรดให้ทอผ้าไหมแพรวาแบบดั้งเดิม แล้วยังโปรดให้ย่อลายผ้าไหมแพรวา ที่ใช้เวลานาน เนื้อผ้ามีความแน่น และราคาแพง ให้ลายเล็กลงเพื่อตัดทอนเวลาการทอ จากผืนละ 2-3 เดือน เป็น 20 วัน ทำให้ขายได้เร็วขึ้น และเป็นที่ต้องการของตลาดกลุ่มใหม่ โดยต้องพัฒนาฝีมือการทอและเปลี่ยนสีให้มีความหลากหลาย ทั้งนี้ ลายของผ้าแพรวาบนผ้าลายเกล็ดเต่า ซึ่งเป็นการบ้านเมื่อครั้งเสด็จจังหวัดขอนแก่น โปรดให้ทดลองเปลี่ยนสี และให้ลายเกล็ดเต่าเป็นลายเล็กลง
ก่อนเสด็จกลับ ทอดพระเนตรการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านฟ้อนละคร และฟ้อนภูไท ชุด "ลานคำหอมรำลึก" โดยกลุ่มสตรีแม่บ้านโพน ร่วมกับนักเรียน นิสิต นักศึกษา จากวิทยาลัยนาฏศิลป์กาฬสินธุ์ โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรค์ โรงเรียนอนุกูลนารี จังหวัดกาฬสินธุ์, มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร, คณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม บรรเลงโดยนิสิตวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และสมาชิกวงโปงลางอรรคฮาตสี จังหวัดมหาสารคาม ถ่ายทอดความทรงจำ ผ่านภาพการฟ้อนรับเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในหลายโอกาส รวมทั้งการฟ้อนภูไทในโอกาสตามเสด็จไปในงานศิลปวัฒนธรรมทั้งในและต่างประเทศ ประกอบด้วย ฟ้อนภูไท สกลนคร ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร, ฟ้อนภูไทหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร, ฟ้อนภูไท บ้านโพน จังหวัดกาฬสินธุ์, และฟ้อนภูไท เรณูนคร จังหวัดนครพนม ที่ได้ไปแสดง ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ในปี 2528 เพื่อนำเสนอผ้าไหมแพรวาและวัฒนธรรมอีสานสู่สากล ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงส่งเสริมและพัฒนางานด้านศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน ภายใต้โครงการศิลปาชีพ ทำให้ราษฎรมีอาชีพที่มั่นคง และรายได้เพิ่ม รวมทั้งสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงสืบสานพระราชปณิธาน เพื่อให้งานศิลปหัตถกรรมและภูมิปัญญาจากบรรพชนยังคงเจริญงอกงาม
"แพรวา" คือ ผืนผ้าขนาดเล็กที่ใช้พาดบ่า ซึ่งชาวบ้านทอขึ้นอย่างวิจิตรบรรจง ด้วยลวดลายที่แต่ละครอบครัวได้ส่งต่อองค์ความรู้สืบทอดกันมา โดยคำว่า "แพร" สื่อถึงผืนผ้าลวดลายสวยงามที่ยังไม่ได้ตัดเย็บแปรรูป ส่วน "วา" เป็นการบอกระยะของแขนที่กางเหยียดตรงออกไปทั้งสองข้าง ชาวบ้าน จะนำผ้าแพรวามาใช้ เมื่อมีเหตุสำคัญหรืองานบุญใหญ่