คดีชิงทองโทษหนัก ตำรวจตามจับได้ทุกราย คดีล่าสุดจับได้แล้ว

คดีชิงทองโทษหนัก ตำรวจตามจับได้ทุกราย คดีล่าสุดจับได้แล้ว

View icon 224
วันที่ 15 มี.ค. 2569 | 08.27 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เตือนอย่าคิดทำ คดีชิงทองโทษหนัก ตำรวจตามจับได้ทุกราย คดีล่าสุดจับได้แล้วคนร้ายชิงทองที่นครปฐม ของกลางอยู่ครบ พบเกิดเหตุกับร้านทองที่ยังไม่ปฏิบัติตามการรักษาความปลอดภัยขั้นต่ำ

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  เปิดเผยว่า จากเหตุปล้นร้านทองในห้างสรรพสินค้า อ.เมือง จ.นครปฐม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 มี.ค.69 ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 7, ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม จำนวนกว่า 100 นาย สืบสวนติดตามกระทั่งจับกุมตัวนายสมชาย ได้วานนี้ (14 มี.ค.69) ในพื้นที่ ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ได้ พร้อมของกลาง สร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 2 บาท จำนวน 23 เส้น น้ำหนักรวม 46 บาท มูลค่า 3,680,000 บาท อาวุธปืนแบลงค์กัน 1 กระบอก รถจักรยานยนต์ และเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุ โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ากระทำจริง

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า เหตุการณ์ชิงทรัพย์ร้านทองตั้งแต่ต้นปีทั่วประเทศมีจำนวน 4 คดี ซึ่งทุกคดีทางฝ่ายสืบสวนสามารถจับกุมได้ทุกคดี อย่างไรก็ตาม ต้องมุ่งเน้นไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นคือร้านทอง จากฐานข้อมูลของงานป้องกันปราบปรามพบว่า ร้านทองทั่วประเทศประมาณ 10% ยังไม่ปฏิบัติในด้านการรักษาความปลอดภัยขั้นต่ำที่ทางตำรวจได้ให้คำแนะนำ เช่น การสร้างฉากกั้นใสระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ การใช้กระจกนิรภัยในตู้โชว์ทอง เวลาปิดเปิด เป็นต้น โดยร้านค้าทองที่ถูกชิงทรัพย์ที่ผ่านมาทั้งหมดพบว่าเกิดจากการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยที่ตำรวจแนะนำ

“การสูญเสียทองคำไม่เท่ากับการสูญเสียชีวิตหรือบาดเจ็บของพนักงานร้านทอง หรือประชาชน เยาวชน ผู้บริสุทธิ์ ที่อยู่ในบริเวณนั้นในช่วงที่เกิดเหตุ ซึ่งคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนยิงใส่ เพื่อสร้างความหวาดกลัว ไม่ให้ต่อสู้ หรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการจับกุม”

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเชิญประชุมหารือร่วมกันกับผู้แทนร้านทองทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนผลักดันให้ร้านทองที่เหลืออยู่อีก 10% มีมาตรฐานความปลอดภัยตามที่ทางตำรวจให้คำแนะนำ รวมทั้งการนำระบบ IBOC ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นระบบ AI มาเชื่อมต่อกับกล้องของร้านค้าทองทั่วประเทศ เพื่อใช้ในการติดตามพฤติกรรมต้องสงสัย การช่วยเหลือระงับเหตุได้ทันท่วงที และยังสามารถใช้ในการติดตามจับกุมคนร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง