ส่งขายไม่เกี่ยงล้งไทย-ล้งจีน ไม่สหกรณ์ฟอกขาวทุนเทาซื้อขายมะพร้าว

ส่งขายไม่เกี่ยงล้งไทย-ล้งจีน ไม่สหกรณ์ฟอกขาวทุนเทาซื้อขายมะพร้าว

View icon 36
วันที่ 16 มี.ค. 2569 | 11.58 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กรมส่งเสริมสหกรณ์ แจงไม่มีสหกรณ์ฟอกขาวขบวนการทุนเทาซื้อขายมะพร้าว สหกรณ์ฯ ส่งขายไม่เกี่ยงว่าจะเป็นล้งไทยหรือล้งจีน ให้ราคาดีก็ขาย ประธานสหกรณ์ฯ เห็นด้วยสร้างล้งกลาง แอบห่วงใช้งบฯ มหาศาล ต้องยอมรับ สมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่ ยังต้องอาศัยล้งจีน ที่ติดต่อซื้อขายกันเป็น 10 - 20 ปี
    
ล้งจีนกดราคามะพร้าวน้ำหอม วันนี้ (16 มี.ค.69) นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ชี้แจงกรณีมีการกล่าวหาว่าสหกรณ์บางแห่งไปร่วมมือกับล้งจีน เพื่อใช้พื้นที่ของสหกรณ์เป็นโรงงานและฟอกขาวขบวนการซื้อขายมะพร้าวด้วยทุนเทาให้ถูกกฎหมาย ว่า ไม่น่าจะเป็นความจริง เนื่องจากสหกรณ์มีหน้าที่รวบรวมผลผลิตจากสมาชิกเพื่อส่งขายให้กับล้ง โดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นล้งไทยหรือล้งจีน ถ้าให้ราคาดีสหกรณ์ก็ขาย กรณีสหกรณ์ฯ บ้านแพ้ว ส่งขายล้งจีนอย่างเดียว เท่าที่ได้สอบถามผู้จัดการสหกรณ์ฯ เขาก็บอกว่าเมื่อก่อนก็เป็นล้งคนไทยต่อมาเปลี่ยนมือให้กับคนจีน แต่สหกรณ์ฯ ก็ยังต้องส่งผลผลิตล้งเดิมต่อไป แม้จะถูกกดราคา เพราะไม่มีทางเลือกอื่น
    
นายนิรันดร์ กล่าวต่อว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เข้าช่วยเหลือกรณีมะพร้าวน้ำหอมราคาตกต่ำในทันที โดยประสานเครือข่ายสหกรณ์จากทั่วประเทศ ให้ช่วยรับซื้อมะพร้าวน้ำหอมจากแหล่งผลิตในราคานำตลาด เริ่ม Kick Off ตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. 69 โดยมีเครือข่ายสหกรณ์ภาคอีสาน เข้ามารับซื้อผลผลิต 5 หมื่นลูก ในราคานำตลาดหน้าสวนเกษตรกรลูกละ 5 บาท ซึ่งในขณะนั้นราคามะพร้าวในพื้นที่ลูกละ 2 บาท ขณะนี้สามารถกระจายมะพร้าวผ่านเครือข่ายสหกรณ์ไปยังตลาดปลายทางแล้วกว่า 2.3 ล้านลูก มูลค่ากว่า 11.86 ล้านบาท ส่งผลให้ราคามะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่เริ่มกระเตื้องขึ้นเป็นลำดับ
    
สำหรับแนวคิดการสร้าง “ล้งกลาง” มะพร้าวน้ำหอม เพื่อแก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เห็นว่าเป็นนโยบายที่ดี เนื่องจากสหกรณ์ส่วนใหญ่ไม่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการตลาด ต้องอาศัยภาคเอกชนหรือผู้ที่เป็นมืออาชีพเข้ามาช่วย สหกรณ์พร้อมทำหน้าที่ในการรวบรวมผลผลิตส่งให้ล้งกลาง   
    
“สหกรณ์ถนัดแต่การผลิตสินค้าเกษตร เน้นการทำเรื่องต้นน้ำ ไม่ถนัดปลายน้ำเรื่องการตลาด การสร้างล้งเองก็มีค่าใช้จ่ายสูงมาก เอาที่สหกรณ์เราถนัดดีกว่า” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวย้ำ

ด้านนายสมเกียรติ ประพฤติกิจ หรือลุงเปี๊ยกวัดเพลง ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรวัดเพลง จำกัด จ.ราชบุรี ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่มีรายได้หลักจากการปลูกมะพร้าวน้ำหอม กล่าวว่า หากรัฐบาลสร้างล้งกลางสำเร็จ จะช่วยเรื่องราคาที่เป็นธรรม เพราะทุกวันนี้ล้งจะเป็นผู้กำหนดทั้งหมด ทุกวันนี้สหกรณ์ฯ ส่งผลผลิตขายให้ล้งเฉลี่ยวันละ 20,000 - 30,000 ลูก เฉลี่ยลูกละ 5 - 6 บาท คัดเฉพาะลูกได้ขนาดที่ตลาดต้องการ ส่วนที่ตกเกรด สหกรณ์ก็จะนำมาแปรรูปน้ำมะพร้าวบรรจุขวดจำหน่ายต่อไป
    
“ที่นี่ไม่มีล้งจีน ล้งจีนส่วนมากจะอยู่แถวดำเนินฯ ถามว่ากระทบไหม ก็กระทบเหมือนกัน เพราะราคาล้งจีนเป็นผู้กำหนด ล้งไทยก็ยึดตามราคาล้งจีน ล้งจีนให้ราคาเท่าไหร่ล้งคนไทยก็ให้เท่ากัน ส่วนรายได้ของสหกรณ์ ล้งจะให้ค่าดำเนินการ ลูกละ 40 สตางค์ โดยไม่หักจากรายได้สมาชิก เงินส่วนนี้จะนำมาบริหารจัดการสหกรณ์” นายสมเกียรติกล่าว

นายจำรูญ นิลเต่า ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรบ้านรางสีหมอก จำกัด อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี กล่าวเห็นด้วยแนวคิดการสร้างล้งกลางรองรับผลผลิตมะพร้าวของรัฐบาล แต่ต้องลงทุนด้วยมหาศาล จึงไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ ขณะที่เรื่องตลาดก็ยังไม่ชัดเจน เพราะทุกวันนี้ผลผลิตเกือบทั้งหมดส่งออกตลาดจีนและทั่วโลกผ่านล้งจีน

“ที่ดำเนินฯ มีล้งจีนมากที่สุดกว่า 230 ล้ง รับซื้อคละเกรดลูกละ 4 บาท ถ้าขายผลผลิตอย่างเดียว จะไม่คุ้ม เพราะต้นทุนมะพร้าวอยู่ที่ลูกละ 5 - 6 บาท แต่ชาวสวนมะพร้าวดำเนินฯ ส่วนใหญ่มีรถบรรทุกเอง ล้งก็จะจ่ายค่าขนส่ง จ่ายค่าแรงคนงานเก็บมะพร้าว เมื่อรวม ๆ แล้ว ได้ลูกละ 7 - 8 บาท ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้สมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยล้งจีน เพราะมีการติดต่อซื้อขายกันมานานเป็น 10 - 20 ปี” ปธ.สหกรณ์การเกษตรบ้านรางสีหมอกฯ กล่าว

ก่อหน้านี้ นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรียกประชุมมอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อบูรณาการการทำงานของหน่วยงานทั้ง 2 กระทรวงฯ ให้ไปแนวทางเดียวกัน เพื่อเตรียมมาตรการรับมือผลไม้ภาคตะวันออก ที่ผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาด กลางเดือน เม.ย.นี้ ขณะเดียวกันยังมีแนวคิดสร้าง “ล้งกลาง” ขึ้นมาเพื่อรองรับผลผลิตแทนล้งจีน ที่รวมหัวกันกดราคาเหลือแค่ลูกละ 2 บาท พร้อมเร่งหาตลาดใหม่ ๆ ไม่หวังพึ่งพาตลาดจีนเพียงอย่างเดียว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง