ที่เรือนจำกลางนครปฐม อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครปฐม พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจในพระดำริฯ เป็นประธานเปิดอบรมหลักสูตรการฝึกอาชีพสาขาการประกอบอาหารไทย รุ่นที่ 1 ภายใต้ "โรงเรียนฝึกวิชาชีพเฉพาะด้านการทําอาหารขนมและเครื่องดื่ม เรือนจํากลางนครปฐม" ประกอบด้วย หลักสูตรอาหารไทย (Thai Chef), หลักสูตรการประกอบอาหารไทยและขนมไทยเพื่ออาชีพ และหลักสูตรการสุขาภิบาลอาหารสําหรับผู้ประกอบกิจการ โดยมีวิทยากร จากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 16 นครปฐม, มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี, กรมอนามัย, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม และภาคีเครือข่าย เข้าไปฝึกอบรมผู้ต้องขัง ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวม 95 ชั่วโมง เมื่อจบการอบรมฯ จะได้รับประกาศนียบัตร และใบรับรองทั้ง 3 หลักสูตร มีผู้ต้องขังหญิง ในเรือนจำกลางนครปฐม เรือนจำกลางราชบุรี และเรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี เข้าอบรม 20 คน
โอกาสนี้ กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ฯ เป็นประธานเปิด "โรงเรียนฝึกวิชาชีพเฉพาะด้านการทําอาหารขนมและเครื่องดื่มเรือนจํากลางนครปฐม" ซึ่งคณะกรรมการกองทุนกำลังใจในพระดำริฯ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดขึ้น เพื่อสนองพระดำริในการฝึกและพัฒนาทักษะอาชีพให้แก่ผู้ต้องขัง โดยยกระดับเรือนจำกลางนครปฐม ให้เป็นศูนย์กลาง หรือเป็นโรงเรียน (Academy) สอนการทำอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ซึ่งเรือนจำกลางนครปฐมเป็นเรือนจำแห่งแรก ที่ได้รับใบประกาศมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) มีความพร้อมด้านสถานที่และอุปกรณ์ เป็นศูนย์ฝึกอบรม และศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานด้านการประกอบอาหาร ประจำเขต 7 จังหวัดนครปฐม ทำให้การฝึกอบรมฯ เทียบเท่ามาตรฐานภายนอก สร้างความเชื่อมั่นแก่ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการที่รับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน นอกจากนี้ เรือนจำกลางนครปฐม เข้าร่วมประกวดรางวัลออสการ์อาหารโลก Cook book Awards ในปี 2567 ในชื่อ THE POWER OF STYLING : PRISON FOOD และได้รับรางวัลชนะเลิศ ในประเภทสาขา ASIA Special Awards
โดยสอนการทำอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม การเรียนรู้ด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยอาหาร การคำนวณต้นทุน การบริหารจัดการ และการสร้างแนวคิดผู้ประกอบการ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้จริงทั้ง ในสถานประกอบการภายนอก หรือการประกอบธุรกิจของตนเองในอนาคต นับเป็นการเปลี่ยน "กำแพงเรือนจำ" ให้เป็น "กำแพงแห่งโอกาส" เปลี่ยนพื้นที่ควบคุมให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ และเปลี่ยนผู้ก้าวพลาดในอดีต ให้กลายเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าในอนาคต