เวลา 08.56 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ทรงเปิดการประชุมวิชาการส่งสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18
ในการนี้ พระราชทานรางวัลแก่บุคคล และองค์กรดีเด่นด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม หรือ Princess Health Award ปี 2568 ได้แก่ รางวัลบุคคลดีเด่นประเภทบริหาร แก่รองศาสตราจารย์ ทวิดา กมลเวชช, รางวัลบุคคลดีเด่นประเภทวิชาการ แก่ศาสตราจารย์ วงศา เล้าหศิริวงศ์ และรางวัลองค์กรดีเด่น แก่โรงพยาบาลยี่งอเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนราธิวาส
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย จัดการประชุมฯ ขึ้นภายใต้แนวคิด "สร้างสุขภาวะยั่งยืนภายใต้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก" เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรม ประสบการณ์ และความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบาย และกฎหมายด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม สานสัมพันธ์และสร้างแรงจูงใจในการดำเนินงานระหว่างบุคลากรสาธารณสุข สหวิชาชีพ และภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสร้างกระแสให้สังคมตระหนักและมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อประชาชนสุขภาพดี โดยมีบุคลากรด้านสาธารณสุข นักวิชาการจากองค์กรต่าง ๆ ภาคีเครือข่ายจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชน และสถานศึกษา เข้าร่วมฯ
จากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ของกรมอนามัยและภาคีเครือข่าย อาทิ ผลการดำเนินงานสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) เรื่อง โภชนาการการจัดอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ พบว่า นักเรียนยังมีภาวะเตี้ย ผอม เริ่มอ้วน และอ้วน ส่วนหนึ่งเกิดจากการประเมินโภชนาการคลาดเคลื่อน ใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน และบางโรงเรียนยังไม่ใช้เกณฑ์อ้างอิงฯ ฉบับปรับปรุง ปี 2564 ในการแปรผลภาวะโภชนาการ ขณะที่คุณภาพอาหารกลางวันยังเป็นปัญหา กรมอนามัย จึงแนะนำใช้โปรแกรม Thai School Lunch ที่พัฒนาโดย NECTEC และสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อช่วยจัดอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการเหมาะสมกับวัย
"โครงการโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนร่วมใจ เด็กไทยฟันดี" ซึ่งกรมอนามัย ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากนักเรียนอย่างเป็นระบบ โดยใช้โมเดลการดูแลสุขภาพช่องปาก นำร่องในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นิทรรศการข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย (Thai Food-Based Dietary Guidelines : FBDGs) "กินดี ระบบอาหารมั่นคง โลกยั่งยืน" : ซึ่งสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ โดยคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป พบโรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดยมีธงโภชนาการ เป็นเครื่องมือกำหนดสัดส่วนอาหารที่ควรกินใน 1 วัน แบ่งอาหารเป็น 6 กลุ่มหลัก เช่น ปริมาณอาหารสำหรับวัยสูงอายุ ได้แก่ กลุ่มข้าว-แป้ง และธัญพืช กินมากที่สุด รองลงมา คือ กลุ่มผักและผลไม้ ต่อมาเป็นกลุ่มเนื้อสัตว์ ไข่ และถั่วเมล็ดแห้ง และกลุ่มนมประมาณ 1 ถึง 2 แก้วต่อวัน ทั้งนี้ กลุ่มน้ำมัน น้ำตาล เกลือ ที่อยู่ปลายธง ควรกินให้น้อยที่สุด เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอและเหมาะสม
ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายสิทธิศักดิ์ ผาณิตพจมาน กรรมการบริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา เมดเทค จำกัด เฝ้าทูลละอองพระบาท น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเครื่องฝึกฝนการทำงานของสมองและประเมินการทำงานของคลื่นสมองด้วยระบบ EEG (OMNIFIT Brain) เพื่อพระราชทานตามพระราชอัธยาศัย
เวลา 12.45 น. เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์ ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นำ ศาสตราจารย์ มรกต ตันติเจริญ ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และนักวิจัย ในโครงการความร่วมมือไทย-จูลิช ตามพระราชดำริฯ เฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายผลิตภัณฑ์ชีวมวลสาหร่ายสไปรูลิน่า ที่มาจากโครงการความร่วมมือไทย-จูลิช
จากนั้น ทรงเป็นองค์ประธานการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 1/2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์) มีผู้บริหารหน่วยงานเครือข่าย และนักวิจัยไทย เข้าร่วมประชุมทั้งออนไซต์และออนไลน์ รวม 65 คน โดยมีวาระต่าง ๆ อาทิ รายงานผลการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ในปี 2568 อาทิ การจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 พร้อมทั้งร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี 2568 โดยมูลนิธิฯ ได้จัดกิจกรรมสำคัญ 2 กิจกรรม ได้แก่ การต้อนรับการมาเยือนไทยของเรือตัดน้ำแข็ง เสว่หลง 2 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ณ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และการสำรวจขั้วโลกระหว่างนักวิทยาศาสตร์ไทยและจีน เผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ขั้วโลกสู่สาธารณชน และการจัดประชุมวิชาการพิเศษเรื่องความร่วมมือไทย-จีน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามพระราชดำริฯ เดือนพฤศจิกายน 2568 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, การพัฒนาเครื่องวัดอนุภาคพลังงานสูง (อิเล็กตรอน อัลฟา และโปรตอน) ภายใต้รังสีคอสมิคในอวกาศที่จะส่งขึ้นไปยานอวกาศฉางเอ๋อ-7 โคจรรอบดวงจันทร์ในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อศึกษาผลกระทบระหว่าง โลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ อันเนื่องจากอนุภาคเหล่านี้ ซึ่งเป็นความร่วมมือนำโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ประเทศไทย กับองค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน ในโครงการจัดตั้งสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ของประเทศจีน การทำงานของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ลุล่วงด้วยดี ภายใต้การทำงานกับพันธมิตรหลากหลายหน่วยงาน ทั้งในและต่างประเทศ ก่อให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ การพัฒนาบุคลากร ประชาชนได้รับประโยชน์ ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ด้วยพระบารมีของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุารี ที่ทรงมีพระเมตตาต่อปวงชนชาวไทย