จากภาพในคลิป นักท่องเที่ยวต้องลุกขึ้นมายืนเกาะเสาไฟ ขณะที่หญิงชาวต่างชาติซึ่งคาดว่าเดินทางมาด้วยกันพยายามช่วยเข็นวีลแชร์ แต่ไม่สามารถผ่านจุดดังกล่าวได้ ก่อนที่หนุ่มไรเดอร์จะรีบจอดรถและลงไปช่วยเหลือ พร้อมกับพลเมืองดีบริเวณร้านรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าใกล้เคียง ช่วยกันยกวีลแชร์อ้อมเสาไฟอย่างยากลำบาก จนสามารถพานักท่องเที่ยวไปต่อได้อย่างปลอดภัย
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็น และถูกแชร์ต่ออย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลายคนชื่นชมในน้ำใจของหนุ่มไรเดอร์และพลเมืองดี
จากการสอบถาม นายอิฟฟาน หรือ “บังฟาน” อายุ 33 ปี ไรเดอร์น้ำใจงามคนดังกล่าว เล่าว่า ขณะนั้นตนกำลังจะไปจอดรถเพื่อรอรับผู้โดยสาร แต่สังเกตเห็นนักท่องเที่ยวกำลังยืนเกาะเสาไฟอยู่ โดยมีคนพยายามช่วยกันเข็นวีลแชร์ แต่ไม่สามารถผ่านจุดดังกล่าวได้ ตนจึงรีบจอดรถและลงไปช่วย
ขณะที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณ ถนนพัทยากลาง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญของเมืองพัทยา มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติสัญจรเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่า เสาไฟดังกล่าวเป็น เสาไฟ LED ที่เมืองพัทยาปรับเปลี่ยนใหม่เมื่อปี 2568 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาไฟถนน LED กว่า 4,000 จุดทั่วเมือง
แต่บางจุดกลับพบว่ามีการติดตั้งอยู่กลางทางเดินเท้า ขณะที่ทางเท้ามีความกว้างค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะช่วงตั้งแต่แยกไฟแดงสายสามพัทยากลางยาวลงไปจนถึง แยกไฟแดงสายสอง
เหตุการณ์ครั้งนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกตั้งคำถามในสังคมว่า แม้เมืองพัทยาจะมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก แต่การออกแบบพื้นที่สาธารณะบางจุดอาจยังไม่คำนึงถึง การเข้าถึงของคนทุกกลุ่ม (Universal Design)
โดยเฉพาะผู้พิการที่ใช้วีลแชร์ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้พักอาศัยในเมืองพัทยา หลายฝ่ายจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจและปรับปรุงจุดเสี่ยงบนทางเท้า ไม่ว่าจะเป็นการย้ายตำแหน่งเสาไฟ สิ่งกีดขวาง หรือปรับปรุงความกว้างของทางเดิน เพื่อให้พื้นที่สาธารณะสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและเท่าเทียม