"พีระพันธุ์" แนะสถานการณ์ไม่ปกติ ต้องออก พ.ร.ก. ป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมัน ตรึงราคาแบบไม่ให้ขึ้น กองทุนน้ำมันใช้ชดเชยขาดทุน ไม่ใช่ชดเชยกำไรที่หายไป ชงยกฐานะโรงกลั่นน้ำมันของทหาร ที่ อ.ฝาง ให้เป็นแหล่งผลิตพลังงานของประเทศ "จตุพร" จวกซ้ำต้นทุนน้ำมันทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไว้ แต่มาขายอีกราคา ในยามปกติก็โคตรรวย รัฐต้องคุมไม่ให้แสวงหากำไรเกินเหตุ
วันนี้ (17 มี.ค.69) นาย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวในรายการยิงคุยยิ่งลึก ถึงความกังวลของประชาชนต่อราคาน้ำมัน ว่าน้ำมันที่ขายวันนี้ คือน้ำมันที่ซื้อมาก่อนเกิดวิกฤตตะวันออกกลาง กองทุนน้ำมันต้องใช้ชดเชยการขาดทุน ไม่ใช่ชดเชยกำไรที่ควรได้เพิ่ม ส่วนเรื่องการเจรจาซื้อน้ำมันจากแหล่งอื่นต้องดูด้วยว่าโรงกลั่นของเรากลั่นได้หรือไม่ เพราะน้ำมันแต่ละแหล่งมีปริมาณกำมะถันต่างกัน กรณีซื้อน้ำมันจากประเทศรัสเซีย ตนเคยเสนอตั้งแต่เป็น รมว.พลังงาน แต่ตอนนั้นก็อ้างว่าโรงกลั่นเรากลั่นไม่ได้ และระยะทางไกลกว่าไม่คุ้มค่าขนส่ง แต่ตอนนี้มีดีกว่าไม่มี
นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า ตนเคยเสนอให้ใช้คอร์สพลัสกำหนดราคาน้ำมัน คือ ต้นทุนบวกค่าบริหารจัดการแล้วกำหนดว่าควรมีกำไรกี่เปอร์เซนต์ ที่ผ่านมาทำไม่ได้ เพราะไม่รู้ต้นทุนที่เป็นความลับ แต่เมื่อต้องเก็บภาษี จึงอ้างอิงราคาจากสิงคโปร์ ซึ่งตนข้องใจและตั้งคำถามว่ารู้เห็นเป็นใจกันหรือไม่ น้ำมันกลั่นจากน้ำมันดิบ กระบวนการกลั่นด้วยความร้อนทำให้ออกมาเป็นดีเซลกับเบนซิน มีการทำค่าการกลั่นให้ดีเซลสูงกว่าเบนซิน
กระทรวงพาณิชย์ประกาศว่าน้ำมันเป็นสินค้าควบคุม แต่ไม่ทำอะไร ส่วนกระทรวงพลังงาน ก็บอกว่า คุมเขาไม่ได้ ขณะนี้เป็น สถานการณ์ไม่ปกติ การชดเชยน้ำมันจะใช้กฎหมายปกติไม่ได้ ต้องออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ตรึงราคาแบบไม่ให้ขึ้น ไม่ใช่ตรึงแบบเอากองทุนน้ำมันไปชดเชย รัฐบาลต้องใช้อำนาจเข้าไปตรวจสอบว่า น้ำมันที่ขาดอยู่ในตอนนี้ ขาดจริงหรือกักตุน หากตรึงราคาแล้ว บริษัทน้ำมันบอกว่าขาดทุน ก็ต้องเอาต้นทุนมาแสดงว่าขาดทุนเท่าไร แล้วชดเชยส่วนที่ขาดทุน ไม่ใช่ชดเชยกำไรที่ขาดหายไป
“กองทุนน้ำมันเขาให้ชดเชยการขาดทุนน้ำมัน ไม่ใช่ชดเชยภาษี น้ำมันตอนนี้ราคา 50 บาทต่อลิตร การชดเชยราคาหน้าปั๊มคือชดเชยภาษีคืนเขาอีกด้วย ไม่ได้ชดเชยแค่ต้นทุน ประชาชนและรัฐบาลต้องจ่ายในสิ่งที่ไม่ต้องจ่าย”
นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จะเสนอปรับยกฐานะให้โรงกลั่นน้ำมัน ของกระทรวงกลาโหม ที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ให้เป็นแหล่งผลิตพลังงานของประเทศ เร่งปรับปรุงโครงสร้างโรงกลั่นนำน้ำมันมากลั่น หรือเจรจาซื้อน้ำมันเอง นำมาให้ 6 โรงกลั่นของเอกชนผลิต นอกจากนี้ จะใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. สั่งควบคุมราคาน้ำมัน ให้ผู้ประกอบการพิสูจน์ต้นทุน ส่งเสริมให้ประชาชนติดโซลาร์เซลล์ รัฐต้องสร้างระบบสำรองน้ำมันของตัวเอง และเห็นด้วยที่จะมีการวางระบบส่งน้ำมันทางท่อ ซึ่งจะช่วยให้ราคาน้ำมันทั่วประเทศไม่แตกต่างกัน รัฐบาลต้องเตรียมรับสถานการณ์ในทุกเรื่อง เช่น อาหารพอไหม พอกี่วัน ยารักษาโรค ระบบอุตสาหกรรมจะทดแทนอย่างไร
ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประเทศไทย กล่าวว่า เราเริ่มความผิดพลาดตั้งแต่แปรรูป ปตท. ทำให้ไม่มีอำนาจการควบคุมพลังงาน น้ำมันล็อตนี้ซื้อก่อนมีการสู้รบแต่ขายในราคาที่มีการสู้รบ เมื่อมีภาวะวิกฤต จึงควรใช้เป็นโอกาสปฏิรูปพลังงาน เพราะทุกวันนี้ไม่ได้การชดเชยราคาจากต้นทุนพลังงาน ต้องคิดราคาตามความเป็นจริง หรือราคาต้นทุน ไม่ใช่ราคาน้ำมันอ้างอิงจากสิงคโปร์ และก๊าซที่อ้างอิงราคาจากซาอุดิอาระเบีย
นายจตุพร กล่าวอีกว่า วันนี้ต้องเช็กสต็อกทุกชนิด เครื่องอุปโภค บริโภค เวชภัณฑ์ ที่เป็นปัจจัย 4 รัฐบาลต้องรณรงค์ให้ประชาชนรู้ว่าต้องเริ่มปรับตัว ต้องใช้ชีวิตอย่างไร ต้องประหยัดอะไรบ้าง เอาความจริงมากาง อธิบายไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก ปัญหาที่เริ่มต้นจากน้ำมันจะเรียงไปกี่เรื่อง อย่ารอให้เกิดโกลาหล แค่ไม่มีน้ำมันเติมรถเก็บขยะ หรือรถส่งอาหาร จะทำอย่างไร ภายใต้สถานการณ์วิกฤตไม่ปกติ ไม่ควรจะมีใครมาปล้น คนไทยพร้อมทุกอย่าง แต่อย่ามาโกงกัน
“ต้นทุนน้ำมันจริงๆ ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไว้แล้ว แต่มาขายอีกราคาหนึ่ง ในยามปกติก็โคตรรวย ความเป็นรัฐจะตามใจพ่อค้าไม่ได้ รัฐต้องมีกลไกควบคุม ไม่ให้แสวงหากำไรเกินเหตุ ในช่วงวิกฤตต้องมีอารมณ์ร่วมกัน นอกจากนี้ การที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ประกาศจะทอยปรับขึ้นราคาน้ำมัน ดังนั้นสินค้าจะปรับขึ้นในราคาที่เกินกว่าราคาน้ำมันไมได้”
นายจตุพร กล่าวด้วยว่า รัฐต้องเคียงข้างประชาชน ตอนนี้มองสีหน้า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เหมือนคนแบกโลก รอยยิ้มเริ่มจืดจาง ที่ประกาศจะขนของไปขายอิหร่านแล้วขนน้ำมันกลับ ขอให้ทำสำเร็จ การทำอย่างนั้นกับเราไม่สนใจสหรัฐอเมริกา เพราะที่ผ่านมา เราฟังสหรัฐอเมริกามาตลอด