จี้ใช้กฎหมายปี 2516 แก้น้ำมันขาดแคลน-สกัดกองทุนน้ำมันฯ หนี้บาน

View icon 15
วันที่ 18 มี.ค. 2569 | 07.05 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - น้ำมันดีเซลที่หาเติมก็ยาก แถมวันนี้ขยับขึ้นราคาขึ้นอีก 50 สตางค์ต่อลิตรแล้ว จนมีข้อห่วงใยและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ให้เร่งนำ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง มาบังคับใช้แบบเต็มที่ เพื่อยุติน้ำมันหมดหน้าปั๊ม และกองทุนน้ำมันไม่เสี่ยงติดลบจนย่อยยับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำมันหน้าปั๊มขาดแคลน ประชาชนหาเติมไม่ได้ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่น้ำมันหมดประเทศ แต่เกิดจากการบริหารผิดพลาดจนเกิด "ดีเซล 2 ราคา" พอรัฐบาลควบคุมราคาหน้าปั๊มให้ถูก แต่ราคาขายส่งหน้าคลังกลับแพงกว่า ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมที่เข้าปั๊มไม่ได้ต้องแห่กันกักตุนซื้อล็อตใหญ่ และปั๊มน้ำมันก็หัวหมอ แทนที่จะเอาโควตาน้ำมันมาขายปลีกหน้าปั๊มให้ประชาชน กลับเลือกนำน้ำมันไปเทขายส่งให้กลุ่มจ็อบเบอร์ เพื่อฟันกำไรที่คุ้มกว่า

ซึ่งกลไกตลาดที่บิดเบี้ยวนี้ทำให้น้ำมันหน้าปั๊มหายไปอย่างรวดเร็ว เพื่อยุติปัญหานี้ ทางออกฉุกเฉิน รัฐบาลต้องกล้านำ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง และอำนาจกระทรวงพาณิชย์ มาบังคับใช้อย่างเต็มที่ ไม่ใช่ใช้เพียงแค่การสั่งระงับห้ามส่งออกน้ำมันเท่านั้น เพื่อคืนความสุขให้ประชาชนที่ใช้น้ำมัน และกองทุนน้ำมันฯ ก็ไม่เสี่ยงติดลบเพิ่มจนย่อยยับ

ด้าน นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน มองมาตรการของรัฐบาลโดยเฉพาะการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ว่า มี 2 แนวทางที่ทำได้ คือ การใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและการลดภาษีสรรพสามิต แต่ควรให้ความสำคัญกับกองทุนน้ำมันเป็นหลัก เพราะเคยมีหนี้สูงถึง 150,000 ล้านบาท จึงเสนอให้รัฐบาลควรเปิดแผนการปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างชัดเจนว่าจะค่อยปรับขึ้นไปถึงราว 33 บาทต่อลิตร ในระยะเวลาเท่าใด และขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปหรือทันที เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ แต่ไม่ควรกำหนดเพดานราคาตายตัว และควรกำหนดวงเงินอุดหนุนต่อวันและระยะเวลาดำเนินการ ซึ่งตอนนี้ยังมีวงเงินกู้เหลืออยู่ประมาณ 20,000 ล้านบาท ที่จะให้การตรึงราคาน้ำมันดำเนินต่อไปได้จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่

อีกทั้งยังมองแนวทางลดภาษีสรรพสามิตด้วยว่า รัฐบาลสามารถทำได้ แต่ภาษีประเภทนี้เกี่ยวข้องกับรายได้ของรัฐบาลที่จัดเก็บได้ หากเกิดผลกระทบหนักอาจกระทบกับดุลการคลัง จึงอาจลดได้บางส่วน เพราะถ้ายอมให้ขาดดุลงบประมาณเพิ่มมากขึ้น อาจเกิดความเสี่ยงอื่น ๆ ตามมา จึงต้องระมัดระวัง พร้อมย้ำด้วยว่า รัฐบาลต้องเร่งจัดการเรื่องความเชื่อมั่นของประชาชนไม่ให้เกิดความตระหนกจนนำไปสู่การกักตุนสินค้า เพราะสถานการณ์น้ำมันต้องสื่อสารตรงไปตรงมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง