ยึด! สินค้าหนีภาษี “อาโวคาโด-ข้าวสาร-กระเทียม” มูลค่ากว่า 8 แสนบาท ลักลอบลำเลียงข้ามแม่น้ำโขง จับมือใครดมไม่ได้ ชิงทิ้งของกลางหนีหายลอยนวล
.
วันนี้ (18 มี.ค.69) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือ โดยหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม ยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นตามแนวชายแดน เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษี ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและผู้ประกอบการภายในประเทศ โดยในช่วงระหว่างวันที่ 16–18 มีนาคม 2569 สามารถตรวจยึดสินค้าผิดกฎหมายได้รวม 3 กรณี ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและนครพนม พร้อมประเมินมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 800,000 บาท
.
กรณีแรก เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 03.00 น. สถานีเรือมุกดาหาร ตรวจพบกระเทียมแห้ง จำนวน 72 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 1.44 ตัน บริเวณริมแม่น้ำโขง บ้านชุมชนศรีมงคลเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยไม่พบผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 129,600 บาท กรณีที่สอง เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 23.00 น. ตรวจยึดข้าวสารประมาณ 150 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 7.5 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 412,500 บาท พร้อมเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ 1 ลำ มูลค่าประมาณ 250,000–300,000 บาท บริเวณบ้านชุมชนนาโป อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร
.
โดยผู้กระทำผิดได้หลบหนีไปก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ และกรณีที่สาม เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 05.30 น. สถานีเรือธาตุพนม ร่วมกับหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ ตรวจยึดอาโวคาโด จำนวน 27 ลัง น้ำหนักประมาณ 764 กิโลกรัม และมะม่วง น้ำหนักรวมประมาณ 37 กิโลกรัม บริเวณจุดผ่อนปรนการค้าธาตุพนม จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร และไม่ปรากฏผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของ
.
ในส่วนเฉพาะสินค้าประเภทข้าวสารและกระเทียม มีมูลค่ารวมประมาณ 542,100 บาท หรือประมาณ 540,000 บาท และเมื่อรวมมูลค่าเรือของกลางในคดีข้าวสาร ส่งผลให้ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและผู้ประกอบการภายในประเทศรวมประมาณ 800,000 บาท ทั้งนี้ นรข. ได้นำของกลางทั้งหมดส่งให้หน่วยงานศุลกากรในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
.
กองทัพเรือ ขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และจะยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและบังคับใช้กฎหมายตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส เพื่อร่วมกันรักษาความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศให้ยั่งยืนต่อไป
.